153-a ANJO VEERMAN : แพทย์และนักปั่นจักรยาน

Anjo Veerman

ผมเป็นศาสตราจารย์ด้านกุมารเวชศาสตร์และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งในเด็กและมะเร็งเม็ดเลือดขาว ผมอายุ 72 ปี เกษียณตั้งแต่ปี ค. ศ. 2006 (พ.ศ.2549) แต่ยังคงมีบทบาทด้านโรคมะเร็งในวัยเด็กและโรคเลือด ส่วนใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เพราะอะไร…..ทำไมล่ะ?

ในปี 1990 พ่อของผู้ป่วยตัวน้อยขอผมคนหนึ่งที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวขอให้ผมช่วยเด็กที่เป็นโรคเดียวกันในอินโดนีเซีย ผมบอกเขาว่าโอกาสในการรักษาอยู่ที่ระดับต่ำมากอาจมีเพียง 5 ใน 100 คนหรือเพียง 5% ที่รอดชีวิต ขณะที่อัตราการรักษาในเนเธอร์แลนด์มีมากกว่า 70% และปัจจุบันในโลกตะวันตกอัตราการรักษาคือประมาณ 90%

เขาจึงไประดมเงินทุนและผมได้คิดค้นโปรโตคอลการรักษาและเริ่มฝึกอบรมแพทย์พยาบาลและผู้ที่มีความชำนาญในห้องปฏิบัติการ แน่นอนว่ามีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย เพราะภาษาและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไม่น้อย ปัญหาภาษาได้รับการแก้ไขโดยใช้ภาษาอังกฤษ ดังนั้นพวกเราจึงไม่พูดภาษาพื้นเมือง แต่ความแตกต่างทางวัฒนธรรมก็ยังคงมีบทบาทอยู่ ชาวดัตช์ตรงไปตรงมามาก ขณะที่อินโดนีเซียโดยเฉพาะอินโดนีเซียชวามีความละเอียดรอบคอบ การทำอะไรอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดดูเหมือนว่าไม่ใช่แนวทางของพวกเขา แต่จำเป็นมากสำหรับโรคที่รุนแรงและต้องการการรักษาอย่างเข้มข้น ในทางตรงกันข้ามข้อเท็จจริงที่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีมานานกว่า 400 ปีก็ทำให้ความร่วมมือง่ายขึ้น รวมถึงพื้นที่ดูแลร่วมกันจำนวนมาก

ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามโครงการก็ประสบความสำเร็จเพราะเรากลายเป็นเพื่อนที่ดีและไว้วางใจซึ่งกันและกัน การระดมทุนสำหรับจ่ายค่ายาเพื่อการศึกษาของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและอุปกรณ์ห้องปฏิบัติการ

เนื่องจากสถานที่ในหอผู้ป่วยทั่วไปไม่ดีต่อเด็กในการรักษาด้วยเคมีบำบัดสำหรับโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว การระดมทุนจึงขยายไปสู่การสร้างคลินิก 2 แห่งโดยเฉพาะเด็กที่เป็นลิวคีเมียหรือโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวและโรคมะเร็ง หนึ่งแห่งในมานาโด ขนาด 18 เตียงและอีกแห่งในยอร์กยาการ์ตาขนาด 40 เตียง

เจ้าหน้าที่ของคลินิคเอสเทลล่า(Estella Clinic)พร้อมภาพวาดของเอสเทลล่าที่งานประชุม”Childhood Cancer Congress” ในยอร์กยาการ์ตา (2012) โรงพยาบาลด็อกเตอร์ซาร์ดฮิโต้( Dr Sardjito Hospital) เป็นโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์ที่เมืองยอร์กยาการ์ตาซึ่งตั้งอยู่ที่คลินิกเอสเทลล่าติดกับคลินิกกุมารเวชศาสตร์

คลินิกตั้งชื่อตามผู้ป่วยในอัมสเตอร์ดัมซึ่งเสียชีวิตหลังจากโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวกลับมา

ทั้งสองคลินิกตั้งชื่อตามชื่อเธอ: Estella Clinics เพื่อนร่วมงานวัยรุ่นของผมจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย VU ในอัมสเตอร์ดัมยังเป็นโค้ชและช่วยเหลือที่ยอร์กยาการ์ตา

ผมติดต่อกับมานาโด Estella Clinic ในขณะที่ผมเขียนนี้ผมอยู่ในมานาโดเพื่อมาสอนและเยี่ยมชมคลินิกรวมถึงให้คำปรึกษา

ทุกสัปดาห์ผมจะจัดการประชุมทางไกล( teleconference ) กับผู้ป่วยทุกคน นอกเหนือจากการรักษาผู้ป่วยแล้วเรายังทำวิจัยร่วมกัน เนื่องจากพฤติการณ์ของผู้ป่วยที่ขัดสนแตกต่างจากผู้ป่วยในประเทศร่ำรวยเช่นเนเธอร์แลนด์ ส่งผลให้มีเอกสารหรืองานวิจัยนานาชาติจำนวนมาก แพทย์ชาวอินโดนีเซีย 6 คนและอีกหนึ่งคนจาก VU เขียนวิทยานิพนธ์ของพวกเขาจนได้รับปริญญาเอก จากการใช้ผลงานวิจัยนี้เราพยายามที่จะจัดทำโปรโตคอลการรักษาที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ด้วยต้นทุนที่ประหยัดที่สุด

ในปัจจุบันนี้เด็ก ๆ ที่เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในอินโดนีเซียประมาณครึ่งหนึ่งได้รับการรักษา มากกว่าเมื่อก่อนถึง 10 เท่า และอัตราการรักษายังคงค่อยๆเพิ่มขึ้น การศึกษาและการวิจัยยังคงเป็นเรื่องสำคัญในวาระการประชุมของผม

หนึ่งในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษามอบเหรียญทอง VIVA ให้แก่ศาสตราจารย์ Anjo Veerman (2016)

โชคดีที่ตอนนี้สิงคโปร์ให้ความช่วยเหลือเช่นกันและผมก็อยู่ในคณะกรรมการที่ปรึกษาภายนอก(External Advisory Board)เพื่อช่วยจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการและการประชุมในงานVIVA Forumประจำปี ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจากทั่วทุกมุมโลกได้นำเสนอความคืบหน้าล่าสุดแก่ผู้แทนจาก 20-30 ประเทศ ส่วนใหญ่มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผมมีความสุขกับวัยของผม ไม่ใช่เพียงปั่นจักรยานทัวร์แต่ยังช่วยให้การดูแลและรักษาเด็กๆที่เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว,โรคมะเร็งและโรคเลือดอื่น ๆ ได้ด้วย