142 มาเฟียการใช้สารกระตุ้น: รัสเซียโกงอย่างไร และองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก ทั้งที่มีข้อมูล กลับไม่ทำอะไร

การโกงใช้สารกระตุ้นในรัสเซีย ซึ่งได้ถูกรายงานในปี 2010 ยังมีอยู่ต่ออีกหลายปีได้อย่างไร? “ได้รับข้อความแล้ว”

เดือนกุมภาพันธ์ 2010 ช่วงโอลิมปิกฤดูหนาวในแวนคูเวอร์ วิตาลี สเตปานอฟ พบกับเจ้าหน้าที่องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (WADA) ในโรงแรมแห่งหนึ่ง

เจ้าหน้าที่การใช้สารกระตุ้นชาวรัสเซีย ซึ่งเป็นลูกจ้างขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามของรัสเซีย และเป็นสามีของ ยูเรีย รูซาโนวา มีข้อมูลภายในของแผนงานการใช้สารกระตุ้นในนักกรีฑาซึ่งมีการควบคุมโดยรัฐบาลเอง

สเตปานอฟไม่ต้องการปิดปากเงียบ และเขาแจ้งคนขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกเกี่ยวกับการดำเนินการอันน่าสงสัยนี้ในประเทศของเขา

แต่มันกลับใช้เวลามากกว่าห้าปี ก่อนที่นักข่าวเชิงสอบสวนชาวเยอรมัน ฮาโจ เซปเปลท์ จะทำให้ระเบิดนี้ทำงาน แทนที่จะเป็นการดำเนินการจากองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกเอง

142-1
Vitaly Stepanov en Yulia Stepanova
1
Hajo Seppelt

ทำไมมันจึงกินเวลานานนัก ก่อนที่องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก ซึ่งเป็นผู้พิทักษ์การกีฬาที่ปลอดสารกระตุ้น จะลงมือปฏิบัติ ?

หลังจากนั้นถึงหกปีครึ่ง มีเพียงคำอธิบายเดียวที่ให้ไว้ : องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกไม่ต้องการความอึกทึกคึกโครม ไม่ต้องการมีข่าวการใช้สารกระตุ้นซึ่งจะเป็นการประณามองค์กร

เพราะเป็นที่ชัดเจนว่าหลายปีหลังจากนั้น : องค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นโลกได้ล้มเหลวต่อความพยายามในการสร้างกีฬาให้ขาวสะอาด จะมีคำอธิบายใดได้อีก กับการที่รัสเซียซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก สามารถให้การปกป้องนักกรีฑาที่ใช้สารกระตุ้นได้?

เป็นความไม่เต็มใจ? ความไม่รู้กฎ? หรือการที่องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกไม่มีทรัพยากรอย่างพอเพียง?

ประธานองค์กร เครค รีดี กล่าวในการสัมภาษณ์เดือนที่แล้ว “รูปการณ์ที่วาดขึ้นโดยสื่อที่ว่า เราไม่ทำอะไรเลยกับข้อมูลดังกล่าวมาตลอดสี่ปีนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง : เราได้รับแจ้งอย่างไม่ปะติดปะต่อ และข้อกล่าวหาก็ต้องทำการตรวจให้แน่ใจก่อนเสมอ ถ้าคุณดำเนินการตามเหล่านักเป่านกหวีด [ผู้นำความผิดภายในองค์กรตนเองมาแจ้ง] จากประเทศอย่างรัสเซีย มันควรจะนำไปสู่หลักฐานที่จับต้องได้ และเราก็ไม่มีหลักฐานดังกล่าว”

อาจจะเป็นความจริง แต่ก็มีความลังเลปนอยู่ เนื่องจากหลักฐานที่รวบรวมโดยนิวยอร์คไทม์ พบว่าผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกกล่าวว่า ทางองค์กรไม่ได้ตั้งใจที่จะทำการสอบสวนด้วยเอง แต่จะรวบรวมข้อมูลข้อกล่าวหาและส่งให้สหพันธ์กีฬาที่เหมาะสมต่อการลงมือจัดการต่อไป

มันใช้เวลานานมากจนสเตปานอฟรู้สึกเหนื่อยหน่ายกับองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก และด้วยคำแนะนำจากลูกจ้างขององค์กรเอง เขาก็ติดต่อกับเซปเปลท์

ขณะเดียวกัน รัสเซียได้ทำการบริจาคเงินเพิ่มเติมสามปีซ้อนให้กับองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกเป็นจำนวน 1.14 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มเติมจากค่าบำรุงสมาชิก 746,000 เหรียญสหรัฐ เปิดเผยโดยนิวยอร์คไทม์

องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกปฏิเสธหนังสือพิมพ์ดังกล่าว โดยบอกว่าไม่มีการเชื่อมโยงระหว่างการจ่ายเงินกับการปฏิบัติกับรัสเซียอย่างเป็นพิเศษ ข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องการโกงใช้สารกระตุ้นของรัสเซียในนักกรีฑานั้น ทางองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกไม่ได้ให้ความสนใจ

ตั้งแต่ที่เขาเผยข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาในแวนคูเวอร์ สเตปานอฟ ได้ส่งอีเมลถึงสองร้อยฉบับไปยังองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก เขาแจ้งองค์กรที่ต่อต้านการใช้สารกระตุ้นแห่งนี้เกี่ยวกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เขารู้ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น คำตอบเดียวที่ สเตปานอฟได้คือ : ได้รับข้อความแล้ว

ผู้เป่านกหวีดอีกคน

สเตปานอฟ ไม่ได้เป็นแหล่งข้อมูลเพียงแห่งเดียว เดือนธันวาคม 2012 องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกได้รับอีเมลจาก ดาร์ยา พิสจ์คาลินโควา นักกีฬาขว้างจักรผู้ที่ชนะเหรียญเงินในการแข่งขันที่ลอนดอนสี่เดือนก่อนหน้านี้ เธอเขียนว่า เธอได้ใช้สารกระตุ้นภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่การกีฬาของรัสเซีย พิสจ์คาลินโควา ยังรายงานเกี่ยวกับโครงสร้างการใช้สารกระตุ้นในประเทศของเธอด้วย เธอขอให้องค์กรต่อต้านการใข้สารต้องห้ามโลกทำการสอบสวน และเธอเสนอให้ความร่วมมือ ในอีเมล เธอบอกว่า กริกอริ รอดส์เจนคอฟ หัวหน้าห้องปฏิบัติการตรวจสารกระตุ้นในมอสโคว เป็นคนที่เปลี่ยนปัสสาวะที่ปนเปื้อนสารกระตุ้นไปเป็นปัสสาวะที่ขาวสะอาด และเธอกล่าวว่าเธอสามารถพิสูจน์ได้ทุกอย่าง และองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกทำอะไร? ไม่มีเลย

135-1
Darya Pisjkalinkova
142-3
Grigori Rodsjenkov
142-4
Olivier Rabin

องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกยังคงหูหนวกต่อไปเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2014 ช่วงเตรียมการโอลิมปิกฤดูหนาวที่โซชี ผู้อำนวยการวิทยาศาสตร์ขององค์กร โอลิเวียร์ ลาบิน ได้มีการสนทนาอย่างไม่เป็นทางการกับ กริกอริ รอดส์เจนคอฟ

เขายืนยันถึงการสังเกตการณ์ของลาบินว่า มักจะมีคำถามที่สงสัยเรื่องการวิเคราะห์การใช้สารกระตุ้นจากห้องปฏิบัติการของเขา รอดส์เจนคอฟ กล่าวเพิ่มเติมว่า เขาถูกบังคับจากเบื้องบนให้ทำเช่นนั้น แม้จะมีคำสารภาพนี้ออกมาแต่องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกก็ไม่ทำอะไร

องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกมีการลงมือก็ต่อเมื่อหลังจากมีเหตุการณ์ถ่ายทอดภาพยนตร์สารคดีของเซปเปลท์วันที่ 3 ธันวาคม 2014 และองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกอยู่ในสภาพช็อค อย่างน้อยที่สุดก็ต่อหน้าโลกภายนอก คณะผู้บริหารเข้าใจว่าการไม่ทำอะไรเลยจะไม่เป็นที่ยอมรับอีกต่อไปแล้ว คณะกรรมการอิสระได้ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อทำการสอบสวนข้อกล่าวหา ประธานองค์กรต้องก้าวออกมาจากวงจรของตัวเอง : ดิค พาวด์ สมาชิกคณะผู้กำกับดูแลและอดีตประธานองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก บุคคลที่ก่อให้เกิดการโต้แย้งเนื่องจากความหยาบคายของเขาในการตั้งข้อสังเกตเรื่องการใช้สารกระตุ้น

พาวด์ มาพร้อมกับรายงานหายนะในเดือนพฤศจิกายน 2015 : การโกงใช้สารกระตุ้นในนักกรีฑารัสเซียโดยมีรัฐบาลกำกับเป็นเรื่องจริง สหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ (IAAF) รู้สึกแย่ แต่สหพันธ์ของรัสเซียก็กำหนดให้มีการระงับเพียงชั่วคราว สหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติมอบหมายคณะกรรมการ นำโดยชาวนอร์วีเจียน รูน แอนเดอเซน ในการประเมินว่า รัสเซียต้องการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมโรคการใช้สารกระตุ้นและต้องการปรับปรุงกระบวนการหรือไม่

142-5
Dick Pound
Sir Craig Reedie in front of WADA sign 4
Graig Reedie

แอนเดอเซนสรุปหลังทำการประเมินมาครึ่งปี : แทบจะไม่มีการปรับปรุงในรัสเซียเลยแม้ว่ารัฐบาลจะทำการปิดห้องปฏิบัติการตรวจสารกระตุ้นในมอสโคว และเจ้าหน้าที่องค์กรต่อนต้านการใช้สารต้องห้ามของรัสเซียจะถูกกำกับดูแลอย่างเข้มงวดก็ตาม

โค้ชนักกรีฑาที่ถูกพักซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้สารกระตุ้นก็ยังคงทำงานอยู่ “ตามปกติ” ในเดือนมิถุนายนสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติตัดสินใจว่าจะยังคงระงับนักกรีฑาของรัสเซียต่อไป โดยจะถูกกีดกันไม่ให้แข่งในโอลิมปิกที่ริโอ ศาลอนุญาโตตุลาการด้านกีฬา (CAS) ได้ยืนยันมาตรการดังกล่าว แม้จะมีการเรียกร้องสิทธิ์ในการเข้าแข่งโอลิมปิกที่ริโอโดยนักกรีฑารัสเซียบริสุทธิ์ที่ถูกกล่าวหา 68 คน

ระเบิดลูกที่สองของการใช้สารกระตุ้น

วันที่ 12 พฤษภาคม ปีนี้ ระเบิดลูกที่สองของการใช้สารกระตุ้นของรัสเซียได้เกิดระเบิดขึ้น กริกอริ รอดส์เจนคอฟ หนีไปสหรัฐอเมริกาและได้เขียนลงนิวยอร์คไทม์ในรายละเอียดที่ว่า ระบบการใช้สารต้องห้ามโดยรัฐบาลรัฐเซียทำงานอย่างไร การเปิดเผยที่น่าช็อคที่สุดของเขาคือ วิธีการสลับเปลี่ยนตัวอย่างปัสสาวะในห้องปฏิบัติการตรวจสารกระตุ้นในโอลิมปิกฤดูหนาวที่โซชี

เรื่องราวของรอดส์เจนคอฟ ได้รับการยืนยันจากนักวิจัยขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก ริชาร์ด แมคลาเรน ผู้ที่ก็ค้นพบด้วยว่ากีฬาสามสิบประเภทในรัสเซีย ถูกใครบางคนเข้ามายุ่มย่ามกับตัวอย่างปัสสาวะ ไม่กี่ปีที่ผ่านมารวมทั้งหมด 634 ตัวอย่างได้ถูกอำพราง

รายงานที่ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่ของแมคลาเรนได้แสดงว่า การโกงใช้สารกระตุ้นในรัสเซียได้ฝังรากลึก ตั้งแต่ที่มีการเปิดเผยนี้ออกไป คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) อยู่ในสภาพที่มีการเตรียมพร้อมสูงสุด นักกรีฑารัสเซียควรถูกกันออกห่างไปจาก “ริโอ”? นั่นเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล แต่การที่กันเอาประเทศมหาอำนาจทางกีฬาอย่างรัสเซียออกไปจากโอลิมปิกที่ริโอจะมีผลทางการเมืองตามมาอีกอย่างมาก

142-6
Yulia Stepanova
142-7
Rune Andersen