137 การใช้ทรามาดอลในการแข่งขันจักรยานยังคงมีอยู่ในระดับสูง

ในสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (UCI) บุคลากรระดับสูงมีการอภิปรายกันอีกครั้งเรื่อง การห้ามใช้ยาแก้ปวดออกฤทธิ์แรงอย่างทรามาดอลที่ยังมีการใช้กันอยู่บ่อยครั้งในการแข่งขันจักรยาน

หกปีแห่งความพยายามของเหล่านักปั่น, ทีมแพทย์, และทีมผู้จัดการ ในการทำให้ทรามาดอลเข้าไปอยู่ในรายการสารกระตุ้นขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (WADA)

แต่ความพยายามนี้ล้มเหลวโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่อย่างไรก็ตามคณะกรรมการจริยธรรมของสหพันธ์จักรยานนานาชาติก็จะยังคงพิจารณาทำข้อตกลงกับองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก เรื่องที่จะห้ามไม่ให้กีฬาจักรยานมีการใช้ทรามาดอลอยู่ดี

ตัวเลขที่ทางองค์กรเก็บไว้นั้นเป็นไปในทางที่ไม่ดีนัก

ในปี 2014 ตัวอย่างปัสสาวะจากนักปั่นทั้งหมด 5.4% พบร่องรอยการใช้ทรามาดอล

ถึงแม้ว่าตัวเลขปี 2015 จะยังไม่ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ตัวเลขก็ไม่มีแนวโน้มที่จะลดลง

“อัตราที่สูงกว่า 5% จัดว่าสูงมากๆ ไม่มีสารกระตุ้นใดที่พบว่ามีการใช้ในกีฬาด้วยอัตราที่สูงขนาดนี้” กล่าวโดย ปีเตอร์ ฟาน อีนโอ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกในเมืองเกนต์

137-1 4

ถ้าคุณรู้ว่าตัวอย่างมากกว่า 50% ที่แสดงผลบวกต่อทรามาดอล มาจากนักปั่นจักรยาน “ดังนั้นแล้วคุณจะสามารถพูดได้ว่ากีฬาจักรยานนั้นมีปัญหาจริงๆ การใช้อย่างบ่อยครั้งและผลข้างเคียงที่อันตรายทำให้ทรามาดอลต้องอยู่ในรายการสารต้องห้ามอย่างไม่ต้องสงสัย”

ในระหว่างการประชุมของสหพันธ์จักรยานนานาชาติที่กรุงเจนีวา ปัญหาเรื่องทรามาดอลถูกหยิบยกมาเป็นวาระในการประชุมอีกครั้งหนึ่ง

สิบปีที่ผ่านมา เป็นที่รู้กันว่านักปั่นมีปัญหากับยาแก้ปวดนี้มาตลอด และตั้งแต่ที่องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกได้มีการเฝ้าจับตาทรามาดอลมาตลอดหกปี ก็ยังไม่ได้เข้าไปอยู่ในรายการสารต้องห้าม ทั้งที่มีแรงกดดันองค์กรจากนักปั่นเองก็ตาม เพื่อห้ามการใช้ทรามาดอล มันเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่จะฟังสิ่งที่ดลใจองค์กรว่าทำไมยังไม่นำทรามาดอลเข้าไปอยู่ในรายการสารต้องห้าม

องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกอาจจะไม่พอใจนักกับคำแนะนำดังกล่าว และตอบโต้ด้วยการใช้อำนาจในทางที่ผิดไปกับการเฝ้าระวังทรามาดอลเป็นเวลาหลายปีโดยไม่สั่งห้ามการใช้ สังเกตว่าองค์กรมีท่าทีอย่างแตกต่างกันกับเมลโดเนียม ซึ่งเป็นยาที่ไม่ได้เสริมสมรรถนะของนักกีฬาและไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย เมลโดเนียมถูกเฝ้าจับตาเพียงแค่ปีเดียวก่อนที่จะถูกใส่เข้าไปในรายการต้องห้าม สิ่งนี้มีผลตามมากับกีฬาของรัสเซียทุกชนิดและนักกีฬารัสเซียทุกคน

ข้อเท็จจริงที่ว่าหลังจากนั้นเมลโดเนียมถูกนำออกจากรายการต้องห้าม เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกนั้นล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แต่ผมไม่เคยได้ยินคำขอโทษจากสมาคมเผด็จการจอมหมกหมุ่นเลยสักครั้ง

แน่นอนว่ารัสเซียเป็นรัฐมาเฟีย มีปูตินเป็นผู้บริหารสูงสุด การใช้สารกระตุ้นถูกควบคุมโดยรัฐ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกในการต้อต้านการใช้สารกระตุ้น มีสิทธิ์ในการใช้วิธีการแบบมาเฟียด้วย สำหรับการสั่งสอนบทเรียนให้กับชาวรัสเซีย

ทรามาดอลถูกใช้เป็นประจำในการแข่งขันจักรยานในช่วงที่เรียกว่าท่อสุดท้าย (final tube) นักปั่นจะใช้ยานี้เพื่อบรรเทาความเจ็บปวดและความไม่สบายเนื้อสบายตัวหลังจากที่แข่งขันกันมา 200 กิโลเมตร และทรามาดอลก็บรรเทาความเจ็บปวดจริงๆ มากกว่านั้นยังทำให้สามารถใช้เกียร์หนักๆได้อย่างง่ายดายอีกด้วย ด้วยประการนี้ เป็นที่ชัดเจนว่าทรามาดอลมีผลในการเพิ่มสมรรถนะของนักกีฬา แต่มันก็มีผลข้างเคียงที่ไม่ดีนัก ทรามาดอลอาจทำให้เกิดผลที่ไม่พึงประสงค์กับความสามารถในการขี่จักรยาน เนื่องจากไปลดการตอบสนองของนักกีฬา ผลข้างเคียงนี้ของทรามาดอลอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดการชนกันมากขึ้น มากกว่านั้น ยังเป็นที่รู้กันว่าทรามาดอลมีผลเสพย์ติด ไม่กี่ปีมานี้นักกีฬามืออาชีพต่างก็เข้าโปรแกรมการถอนความเป็นพิษจากการเสพย์ติดทรามาดอล

การใช้ทรามาดอลในทีมสกายเป็นเรื่องปกติในอดีต นักปั่นคนก่อนอย่าง ไมเคิล บาร์รีย์ ได้บอกกับนิวยอรค์ไทม์เมื่อสองปีก่อน นักปั่นชาวแคนาดาคนนี้อยู่ในทีมของสหราชอาณาจักรระหว่างปี 2010 กับ 2012 ตัวเขาเองใช้ทรามาดอล และก็เห็นเพื่อนร่วมทีมใช้ทรามาดอลบ่อยๆด้วยเช่นกัน

Greg
Michael Barry
wiggins
Bradley Wiggins
froome
Chris Froome

บาร์รีย์: “ผมเห็นนักปั่นทีมสกายใช้ทรามาดอลหลายครั้งในการแข่งขัน ผลของยาถูกสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็ว ทรามาดอลทำให้รู้สึกเคลิบเคลิ้ม ความเจ็บปวดที่ขาหายไป และคุณรู้สึกว่าสามารถถีบได้แรงขึ้น เมื่อผมทำการแข่งขันผมจะใช้มัน แต่ผมจะหยุดหลังจากใช้ไป 4 วัน ทรามาดอลจะทำให้แน่ใจได้ว่าคุณสามารถไปได้ไกลกว่าขีดจำกัดของคุณ”

ในขั้นตอนการควบคุมสารกระตุ้น ผู้เชี่ยวชาญด้านสารกระตุ้น เดาเวอร์ เดอ บัว ให้ความระมัดระวังเกี่ยวกับการใช้ทรามาดอล

“มันเป็นเรื่องกล้วยๆที่จะใส่ทรามาดอลเข้าไปอยู่ในรายการสารต้องห้าม การตรวจจับหาสารก็ค่อนข้างง่าย อย่างไรก็ตาม การทำเช่นนี้ไม่ควรนำพาไปสู่การใช้ยาแก้ปวดตัวอื่น ซึ่งเป็นแค่การยกปัญหาไปไว้ที่อื่น”

137-2
Douwe de Boer, ผู้เชี่ยวชาญด้านสารกระตุ้น

067b-2

นี่ไม่ใช่คำอธิบายที่สมเหตุสมผลนักของ เดาเวอร์ เดอ บัว

มันหมายความว่าทรามาดอลไม่ควรไปอยู่ในรายการสารต้องห้าม เพราะนักกีฬาจะหันไปใช้วิธีการอื่น แต่กลไกแบบนี้เป็นเรื่องปกติของการใช้สารกระตุ้น ผู้ตามล่าสารกระตุ้นจะค้นพบวิธีการใหม่เมื่อยาหรือวิธีการเก่าไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปผลลัพธ์ก็คือนักกีฬาจะเปลี่ยนไปใช้ยาตัวอื่นหรือวิธีการอื่น ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือการต่อสู้กับยาเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดแดง (EPO) ตั้งแต่ที่การใช้ยาเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดแดงมีความเสี่ยงมากขึ้น เหล่านักกีฬาก็เปลี่ยนไปใช้วิธีการถ่ายเลือดแทน

abc 4

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่: