135 ถึงแม้จะมีคำสารภาพเรื่องการโกง แต่ผู้เฝ้าดูแลการใช้สารกระตุ้นของโลกกลับไม่ทำอะไร

นิวยอร์คไทม์

รีเบคกา ริช, จูเลียต มาเคอร์, เอียน ออสติน

การใช้สารกระตุ้นในรัสเซียเป็นปัญหาขนาดใหญ่ บทความนี้เป็นบทความจากนิวยอร์คไทม์ที่แสดงความเห็นไว้ได้ดีว่าสถานการณ์ดังกล่าวอยู่ในระดับที่แย่แค่ไหน และองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก (WADA) ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงอย่างไร มันเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปรับปรุงวิธีกาจัดการสารกระตุ้นให้ทันสมัยขึ้นมา การทำแบบเดิมต่อไปไม่ใช่สิ่งที่สมเหตุสมผล องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกได้ทำร้ายวงการกีฬามากกว่าสารกระตุ้นทั้งหมดรวมกันเสียอีก

เดือนธันวาคม 2012 องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกได้รับอีเมลจากนักกรีฑาโอลิมปิกของรัสเซีย เธอร้องขอความช่วยเหลือ

นักกรีฑาขว้างจักรชื่อ ดาร์ยา พิชชาลนิโควา ชนะรางวัลเหรียญเงินที่ลอนดอนโอลิมปิกมาก่อนหน้านี้ 4 เดือน เธอกล่าวว่าได้ใช้ยาในรายการสารต้องห้าม โดยอยู่ในการกำกับของเจ้าหน้าที่การกีฬาและองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามของรัสเซีย และกล่าวว่าเธอมีข้อมูลการใช้สารกระตุ้นในประเทศของเธอ กรุณาสืบสวน ; เธอทำการขอร้องเจ้าหน้าที่ในอีเมล ซึ่งเขียนเป็นภาษาอังกฤษ

ฉันต้องการให้ความร่วมมือกับองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก” เขียนไว้ในอีเมล

แต่ทางองค์กร ซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลการใช้สารกระตุ้นในกีฬาโอลิมปิก กลับไม่เริ่มต้นสอบสวน แม้ทีมทนายขององค์กรจะส่งจดหมายแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ระดับสูงสามคนก็ตาม โดยแจ้งว่าข้อกล่าวหาดังกล่าว “ค่อนข้างถูกต้องแม่นยำ” มีทั้งชื่อและข้อเท็จจริง

ในทางกลับกัน เจ้าหน้าที่ได้ทำบางสิ่งที่เป็นการขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับภารกิจขององค์กรที่ต้องการจะปกป้องนักกีฬาผู้บริสุทธิ์

องค์กรส่งอีเมลของ พิชชาลนิโควา กลับไปยังเจ้าหน้าที่การกีฬาของรัสเซีย ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เธอกล่าวว่าเป็นผู้ที่ดำเนินการแผนงานการใช้กระตุ้น

ยุทธวิธีขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก ได้กลับมาอยู่ภายใต้การตรวจสอบโดยละเอียดของนานาชาติเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเป็นเรื่องอื้อฉาวของสารกระตุ้นจากรัสเซีย และได้ยกระดับเป็นวิกฤตการณ์ที่ใหญ่ที่สุดในวงการกีฬาโลก

ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการของโซชีโอลิมปิกฤดูหนาว 2014 บอกนิวยอร์คไทม์ว่า มีชาวรัสเซียที่ได้รับเหรียญรางวัลอย่างน้อย 15 คน ทำการใช้สารในรายการต้องห้าม โดยเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานการใช้สารกระตุ้นที่ดำเนินการโดยรัฐบาลเอง

ไม่กี่ปีหลังได้รับเบาะแสการใช้สารกระตุ้นเป็นวงกว้าง องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกได้แนะนำให้กีดกันการแข่งขันประเภทลู่และลานของรัสเซียออกจากการแข่งขันระดับนานาชาติ คณะกรรมการกีฬาลู่และลานทั่วโลกจะทำการตัดสินใจในวันที่ 17 มิถุนายน ว่าจะกีดกันทีมรัสเซียออกจากโอลิมปิกฤดูร้อนที่ริโอเดอจาเนโรหรือไม่

จากการสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่และนักกรีฑาจำนวนมากในความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับโอลิมปิกดังกล่าว พบว่า ผู้เฝ้าดูแลการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามของโลกนั้นทำผิดในข้อหา มีการคอรัปชันเป็นวงกว้าง, ล้มเหลวในการตรวจสอบอย่างจริงจัง, และถูกขัดขวางจากการเมือง จนกระทั่งองค์กรไร้ประสิทธิผลเป็นอย่างมากต่อภารกิจในการปกป้องความซื่อตรงของวงการกีฬา

135-1
ดาร์ยา พิชชาลนิโควา ของรัสเซียกำลังฉลองชัยชนะเหรียญเงิน จากกีฬาขว้างจักรหญิง ในลอนดอนโอลิมปิก 2012

หลากหลายคำเตือนเกี่ยวกับรัสเซีย ซึ่งรวมถึงอีเมลของพิชชิลนิโควา ได้ถูกส่งไปยังองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา และท่าทีขององค์กรทำให้เหล่านักกรีฑาและเจ้าหน้าที่ต่างๆสงสัยว่า องค์กรมีความต้องการต่อสู้กับการใช้สารกระตุ้นอย่างจริงๆจังๆหรือไม่

ส่วนหลักที่ทำหน้าที่ตัดสินใจในองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกประกอบด้วย ตัวแทนจากรัฐบาลและโอลิมปิก ซึ่งจัดเป็นการรวมตัวที่ขัดแย้งกันเพราะ เจ้าหน้าที่โอลิมปิกอาจมีแนวโน้มที่จะไม่เผยให้เห็นการละเมิดใช้สารกระตุ้นที่ทำให้เสื่อมเสียต่อความซื่อตรงของเกมกีฬา ขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลอาจมีแนวโน้มที่จะปกป้องนักกีฬาของประเทศตนเอง

“มีแต่ปัญหาเต็มไปหมด” กล่าวโดย อดัม เพนกิลลี นักกรีฑาโอลิมปิกจากบริเตน ซึ่งเป็นคณะกรรมการนักกรีฑาโอลิมปิกนานาชาติ

เจ้าหน้าที่บางคนขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกได้กล่าวปกป้องประเด็นการจัดการข้อกล่าวหาเรื่องการใช้สารกระตุ้นของรัสเซีย

พวกเขาบอกว่าอำนาจของพวกเขาในการต่อสู้กับการใช้สารกระตุ้นนั้นถูกจำกัดไว้ ทรัพยากรก็มีจำกัด และจนกระทั่งถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีขอบเขตความรับผิดชอบที่ชัดเจนในการดำเนินการสอบสวน

แต่เจ้าหน้าที่และนักกรีฑาคนอื่นๆได้แสดงถึงความไม่เชื่อใจที่มากขึ้นต่อความเป็นผู้นำขององค์กร และตระหนักว่าทางองค์กรทำการหลีกเลี่ยงความรับผิดขอบที่จะทำให้การแข่งขันมีความบริสุทธิ์ยุติธรรม

“ข่าวการใช้สารกระตุ้นกันเป็นระบบในรัสเซียถูกเผยแพร่ออกไปโดยองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก เป็นข่าวที่เกรียวกราว แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้นสำหรับองค์กร” กล่าวโดย อาร์เนอ ยุงควิซ กรรมการทางการแพทย์คนก่อนของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล และสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของกีฬาประเภทลู่และลาน

“พวกเขาควรจะต้องทำการสอบสวน” เขากล่าวถึงช่วงหลายปีที่องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกได้รับคำแนะนำมาโดยตลอด “แต่พวกเขาก็ไม่ทำ”

หลายปีแห่งเบาะแสร่องรอย

ดร. ยุงควิซ วัย 85 ปี หนึ่งในผู้บุกเบิกการเคลื่อนไหวของโอลิมปิกในการต่อต้านการใช้สารกระตุ้น กำลังจะมีการสร้างรูปปั้นเพื่อเป็นเกียรติให้กับเขาในประเทศโมนาโค  ซึ่งเป็นบ้านของสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ (I.A.A.F.) และที่ประเทสสวีเดน ซึ่งเป็นที่ที่เขาทำงานเป็นนักวิจัยทางการแพทย์ แต่ ดร. ยุงควิช ยังต้องเผชิญกับความพยายามอันไร้ประโยชน์ของเขาในการหยุดยั้งการสนับสนุนการใช้สารกระตุ้นโดยรัฐบาล

“เราทุกคนรู้เกี่ยวกับรัสเซีย” ดร. ยุงควิซกล่าวในระหว่างมื้ออาหารกลางวันที่เมืองเบดมินสเตอร์ รัฐนิวเจอร์ซี ในคฤหาสน์ของศิลปินอย่าง แซสโซนา นอร์ตัน ผู้ที่เป็นกรรมการในการสร้างรูปปั้น

ไม่กี่วันก่อนถึงปักกิ่งเกม 2008 พบว่ามีนักกรีฑาหญิงประเภทลู่และลานของรัสเซียจำนวน 7 คน ถูกพักตัวชั่วคราวเพื่อตรวจตัวอย่างปัสสาวะในการทดสอบการใช้ยา

การสอบสวนโดยสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติแสดงให้เห็นว่า ปัสสาวะที่นักกรีฑาส่งตรวจนั้นไม่ใช่ของตนเอง ดีเอ็นเอในตัวอย่างไม่ตรงกับของนักกรีฑา

135-2
อาร์เนอ ยุงควิช กรรมการทางการแพทย์ของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (I.O.C) และสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ (I.A.A.F.) ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของกีฬาประเภทลู่และลาน รู้สึกท้อแท้และผิดหวังมาหลายปีในเรื่องการโกงที่ถูกวางแผนไว้

หนึ่งในนักกรีฑาเหล่านั้นคือพิชชาลนิโควา

“มันดูเหมือนจะเป็นตัวอย่างของการใช้สารกระตุ้นอย่างเป็นระบบ” ดร. ยุงควิช กล่าวกับการประชุมนักข่าวในปักกิ่งขณะนั้น “ผมรู้สึกท้อแท้กับเรื่องที่ว่าการโกงที่ถูกวางแผนไว้ยังคงดำเนินต่อไป ผมรู้สึกผิดหวังมาก”

ปีถัดมา นักกรีฑารัสเซียก็เข้ามาพัวพันอีก ครั้งนี้เป็นการแข่งทวิกีฬาชิงแขมป์โลก อีเคเทอรินา ลูริวา และเพื่อนร่วมทีมของเธออีกสองคน ถูกกีดกันออกไปจากการแข่งขัน หลังจากตรวจพบฮอร์โมนเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดแดง (EPO)

“เรากำลังเผชิญกับการใช้สารกระตุ้นอย่างเป็นระบบในระดับที่ใหญ่โต จากหนึ่งในทีมที่มีความแข็งแกร่งที่สุดในโลก” กล่าวในขณะนั้นโดย แอนเดอส์ เบสซีเบิร์ก ประธานสหภาพทวิกีฬานานาชาติ

นักกีฬารัสเซียถูกปล่อยให้ทำการสอบสวนตนเอง

สหภาพทวิกีฬารัสเซียถูกปรับและสัญญาว่าจะตรวจสอบนักกรีฑาของตนอย่างละเอียด

ดร. ยุงควิซ รองประธานองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก ปี 2008 ถึง 2013 ได้สร้างความตระหนักเกี่ยวกับรัสเซียซ้ำแล้วซ้ำเล่า

องค์กรทำการพิจารณาบทลงโทษกับรัสเซีย แต่ท้ายที่สุด เขากล่าว ความขัดแย้งผลประโยชน์กันระหว่างองค์กรกับการเคลื่อนไหวโอลิมปิกเป็นสิ่งที่ชนะไป ความสำคัญของเรื่องดังกล่าวถูกผลักออกไป “มันติดเชื้อการเมืองมากเกินไป” เขากล่าว

“คุณอาจพูดได้ว่าผมเป็นคนที่ต้องถูกกล่าวโทษด้วย” เขากล่าว “แต่ผมอยู่ที่นั่น และผมก็รู้ว่ามันยากขนาดไหนที่ต้องพิสูจน์การใช้สารกระตุ้นในระดับใหญ่ขนาดนั้น”

ปี 2011 ในบทความการศึกษาวิจัยวิทยาศาสตร์ซึ่งจัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญการทดสอบยา ก็ทำให้มีเบาะแสเพิ่มมากขึ้น

หัวข้อเรื่อง “ความชุกของการใช้สารกระตุ้นในเลือดในตัวอย่างที่เก็บจากนักกรีฑาชั้นนำประเภทลู่และลาน” การศึกษาทำการตรวจสอบตัวอย่างกว่าพันตัวอย่างที่เก็บมาตั้งแต่ปี 2001 ถึง 2009

135-3
อีเคเทอรินา ลูริวา จากรัสเซีย ชิงแชมป์ทวิกีฬา ถอนตัวหลังการถูกพักตัวครั้งที่สอง สำหรับการทดสอบพบฮอร์โมนเพิ่มจำนวนเม็ดเลือดแดง

ประเทศหนึ่งในการศึกษาลอยเด่นออกมา ถูกระบุในเอกสารการศึกษาว่าคือ ประเทศ A และเป็นที่รับรู้โดยองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก

ประเทศ A มีจำนวนตัวอย่างต้องสงสัยมากกว่าประเทศอื่นๆ อ้างอิงตามผู้ทำการศึกษางานนี้ ประเทศ A คือ รัสเซีย

“องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกมีข้อแก้ตัวเสมอว่าทำไมจึงไม่ดำเนินการขั้นต่อไป” ดร. ยุงควิซ กล่าว อ้างไปถึงทรัพยกรทางการเงินและการสอบสวนว่ามีอยู่อย่างจำกัด

“พวกเขาคาดหวังที่จะให้รัสเซียเก็บกวาดด้วยตัวเอง”

พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่าองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกเป็นผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในสิ่งนี้

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่การกีฬาของรัสเซียได้รับรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นว่า รัสเซียมีปัญหาการใช้สารกระตุ้น แต่พวกเขาปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องแผนงานการใช้ยาโดยรัฐบาล และเมินข้อกล่าวหาจากผู้เปิดเผยข้อมูลจากภายในรัสเซียเอง

พวกเขากล่าวว่ากำลังจัดการปัญหาการใช้สารกระตุ้นและกีฬาประเภทลู่ของพวกเขาสมควรได้รับอนุญาตให้แข่งในริโอเกม

ความขัดแย้งในตัว

ตอนที่องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกถูกก่อตั้งขึ้นมาในปี 1999 ได้บอกจุดประสงค์ไว้ว่า เพื่อให้ได้รับความเชื่อถือกลับมาจากวงการกีฬาโลก ในกรณีที่พบการใช้ยาอย่างมโหฬารในรายการตูร์ เดอ ฟรองซ์ 1998 แลเะเรื่องสินบนอื้อฉาวของซอลท์เลคซิตี้ที่ทำการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2002

จุดมุ่งหมายอย่างเป็นทางการขององค์กรไม่ใช่การทดสอบการใช้ยาหรือลงโทษคนโกง แต่ต้องการจะเป็นผู้ตรวจตราอิสระให้กับกีฬาโอลิมปิกทั่วโลก ”พวกเขากลัวว่าเงินสนับสนุนอาจหมดลงถ้าโอลิมปิกถูกมองว่าเล่นสกปรก” กล่าวโดย โรเบิร์ต ไวเนอร์ โฆษกขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก และก่อนหน้านี้ก็อยู่ในสำนักงานโยบายควบคุมยาเสพติดแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา

เจ้าหน้าที่จากการกีฬาและรัฐบาลชาติต่างๆมาพบปะรวมตัวกันที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล เพื่อพูดคุยเรื่องการให้เงินทุนกับองค์กรใหม่ซึ่งก็คือองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกนี้ รัฐบาลสหรัฐอเมริการะมัดระวังเป็นพิเศษเกี่ยวกับการเซ็นรับรองการสนับสนุนองค์กรที่ไม่ได้ทำงานอย่างเป็นอิสระ

คณะกรรมการโอลิมปิกสากลเป็นผู้มีหน้าที่ในการจัดการโอลิมปิกเกม และได้รับรายได้มหาศาลจากทางรัฐบาล เจ้าหน้าที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวหน้าคณะกรรมการการตลาด จะเป็นผู้ที่มานำองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก ซึ่งเป็นผู้ที่เฝ้าดูแลการใช้สารกระตุ้น

นายพลบาร์รี แม็คคาเฟรย์ ผู้อำนวยการนโยบายควบคุมยาเสพติดของทำเนียบขาวในขณะนั้น ออกเสียงคัดค้านอย่างชัดเจนกับสิ่งที่เขาเห็นว่า คณะกรรมการโอลิมปิกสากลมีอิทธิพลมากเกินและขาดความมุ่งมั่นทางการเมืองในการเผยให้เห็นปัญหาใช้ยาที่อาจจะเป็นการทำให้ชื่อเสียงของโอลิมปิกต้องมัวหมอง

“คณะกรรมการโอลิมปิกสากลซ่อนตัวอยู่หลังองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก” นายพลบาร์รีกล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เมื่อเร็วๆนี้ เป็นการแนะว่า ความสนใจในทางลบได้ถูกเบี่ยงเบนจากองค์กรหนึ่งไปยังอีกองค์กรหนึ่ง

“และองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกก็ซ่อนตัวอยู่หลังโครงสร้างอันด่างพร้อย”

ในปี 1999  ริชาร์ด ดับบลิว พาวด์ ประธานคนแรกขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกและสมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกสากล รู้สึกไม่พอใจเมื่อนายพลแม็คคาเฟรย์กล่าวหาว่าทางองค์การไม่ได้ทำงานอย่างเป็นอิสระ

แน่นอนว่ามันเป็นอิสระ พาวด์ เขียนไว้ในจดหมาย ในเดือนก่อนที่องค์ก่อนจะถูกจัดตั้งขึ้นในประเทศสวิตเซอร์แลนด์

คณะกรรมการโอลิมปิกสากลเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งแรกขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก และออกค่าใช้จ่ายให้กับทางองค์กรในสองปีแรก

องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกเริ่มต้นด้วยการดำเนินการง่ายๆ

หน้าที่ขององค์กรคือสร้างมาตรฐานกฎเกณฑ์การใช้สารกระตุ้นทั่วโลก และสร้างแผนงานการต่อต้านการใช้สารกระตุ้นให้กับแต่ละประเทศทั่วโลก

อำนาจในการสอบสวนไม่ได้เขียนไว้โดยตรงในกฎเกณฑ์ขององค์กร

เมื่อเวลาผ่านไป หลายฝ่ายคาดหวังให้องค์กรวิวัฒนาการไปเป็นผู้กำกับดูแลที่ทำงานเชิงรุกมากขึ้น และเป็นหน่วยงานที่ทำการทดสอบ แยกตัวออกมาจากคณะกรรมการโอลิมปิกสากลและหน่วยงานอื่นๆทั่วโลกที่ดูแลกีฬาโอลิมปิก สิ่งนั้นไม่เคยเกิดขึ้น

135-4
ในปี 2000  จากซ้าย นายพลบาร์รี แม็คคาเฟรย์ ผู้อำนวยการนโยบายควบคุมยาเสพติดของทำเนียบขาว ; ฮวน อันโตนิโอ ซามาแรนช์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคสากล ; อแมนดา แวนสโตน รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของออสเตรเลีย ; และเดนนิส คอเดอเร รัฐมนตรีกระทรวงการกีฬาของแคนาดา กำลังเตรียมตัวสำหรับการประชุมครั้งแรกสำหรับองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกที่ตั้งขึ้นใหม่นี้ ในเมืองโลซาน ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

แต่กระนั้น การทดสอบยาส่วนใหญ่ก็ถูกทิ้งไว้ให้เป็นหน้าที่ของห้องปฏิบัติการระดับประเทศ ในประเทศรัฐเซีย ห้องปฏิบัติการนี้ดำเนินการโดย กริกอรี รอดเชนคอฟ ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนที่ปกปิดผลการทดสอบที่เป็นบวกมาโดยตลอด 10 ปี

ในงบประมาณ 28 ล้านเหรียญสหรัฐ องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกได้รับเงินสนับสนุนจากองค์กรกีฬาและรัฐบาลในจำนวนเท่าๆกัน

เป็นรองแค่คณะกรรมการโอลิมปิคสากล สหรัฐอเมริกาเป็นผู้ให้งบสนับสนุนองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกที่ใหญ่ที่สุด เป็นจำนวนประมาณ 2 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมาจากงบประมาณควบคุมการใช้ยาเสพติดของชาติ

แอนดี พาร์คินสัน คณะกรรมการที่เป็นผู้บริหารและผู้ก่อตั้งองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามของบริเตน กล่าวว่า โครงสร้างขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกดูดีในทางทฤษฎี แต่หลายครั้งมักทำให้จนมุม โดยผู้ที่ภักดีกับทางคณะกรรมการโอลิมปิกกับเจ้าหน้าที่ของชาติต่างๆ นั้นยากที่จะเห็นพ้องต้องกัน

“มันยากมากที่จะขจัดมุมมองความขัดแย้งดังกล่าวออกไป” กล่าวโดย พาร์คินสัน

นกหวีดถูกเป่า

เป็นเวลาหลายปีที่ ไวตาลี สเตปานอฟ ผู้ซึ่งทำงานให้กับองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามของรัสเซีย เกิดความสงสัยเกี่ยวกับแรงกระตุ้นของเจ้าหน้าที่องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก

เขาได้ให้ข้อมูลเชิงลึกกับเจ้าหน้าที่อย่างละเอียดเกี่ยวกับแผนงานการใช้สารกระตุ้นโดยรัฐบาล เร่งให้เจ้าหน้าที่หยุดยั้งแผนงาน แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ทุกคนบอกผมว่าองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกไม่ใช่องค์กรที่ต่อสู้กับการใช้สารกระตุ้น” สเตปานอฟ กล่าว “มันเป็นเรื่องการเมือง”

สเตปานอฟ ผู้ที่มาจากรัสเซียแต่เข้ารับการศึกษาที่มหาวิยาลัยเพสในเขตแมนฮัตตัน ได้เริ่มทำงานด้านการศึกษาเกี่ยวกับการต่อต้านสารกระตุ้นที่องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามของรัสเซียในปี 2008 ปีเดียวกันกับการก่อตั้งองค์กร

ยิ่งเขาได้รู้เกี่ยวกับวิธีการดำเนินการขององค์กร เขาก็ยิ่งตระหนักได้ว่าระบบของรัสเซียนั้นยังห่างไกลไปจากการยอมรับในระดับสากล

เจ้าหน้าที่จากการกีฬาบอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องตรวจนักกรีฑาบางคน เพราะนักกรีฑาเหล่านั้นปลอดยา กล่าวโดย สเตปานอฟ

นักกรีฑาและโค้ชติดสินบนเขาให้ทำการลบผลการทดสอบที่เป็นบวกทิ้งไป

ผู้ปฏิบัติงานที่ห้องปฏิบัติการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามของชาติต่างปกปิดผลการทดสอบยาที่ไม่ผ่านนี้ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกระทรวงการกีฬาของรัสเซียก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการนี้ด้วย

สเตปานอฟ ยังเรียนรู้อีกด้วยเกี่ยวกับวิธีการดังกล่าวของทางกระทรวง ในปี 2009 เมื่อเขาพบและสมรสกับ ยูลิยา รูซาโนวา นักวิ่งระยะกลางชาวรัสเซีย โดยเธอบอกเขาเกี่ยวกับแผนการใช้สารกระตุ้นของเธอ

“จุดหมายของกระทรวงไม่ใช่การทำให้วงการกีฬามีความใสสะอาด แต่เพื่อชนะเอาเหรียญรางวัลให้กับประเทศ” สเตปานอฟ กล่าวในการให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

ที่โอลิมปิคฤดูหนาวปี 2010 ในเมืองแวนคูเวอร์ รัฐบริติชโคลัมเบีย สเตปานอฟพบการเจ้าหน้าที่องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกหลายคนในโรงแรม และแอบเริ่มเป่านกหวีดอย่างลับๆไปยังรัสเซีย ตามรายงานข่าวในปี 2015 โดยซันเดย์ไทม์ของลอนดอน

ปฏิกิริยาแรกของทางองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก เขากล่าว คือ “เราจะทำอะไรดี?”

ในปีถัดๆมา เขาส่งอีเมลประมาณ 200 ฉบับไปยังองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก บอกทุกสิ่งทุกอย่างที่เขารู้ให้กับเจ้าหน้าที่

“ผมทำงานที่องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามของรัสเซีย ที่แท้จริงแล้วช่วยให้นักกรีฑาใช้สารกระตุ้น” เขากล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

“ผมเขียนแจ้งทางองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกว่าเกิดอะไรขึ้น และไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

สิ่งที่องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกทำการตอบกลับอีเมลจำนวนมากของเขาคือ “ได้รับข้อความแล้ว”

ในสำนักงานขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก ขั้น 17 ของตึกที่ก่อนหน้าที่ทำการซื้อขายหุ้นในเมืองมอนทรีออล เจ้าหน้าที่ขององค์กรไม่แน่ใจว่าจะจัดการกับสื่งที่ สเตปานอฟ แจ้งมาได้อย่างไร

เดวิด ฮาวแมน ผู้อำนวยการทั่วไปซึ่งดำรงตำแหน่งมาอย่างยาวนาน มุมห้องทำงานสามารถมองเห็นแม่น้ำเซนต์ลอว์เรน ได้ให้ความเห็นอย่างวอกแวกไม่มั่นคง

ฮาวแมน ผู้ซึ่งเป็นทนายจากประเทศนิวซีแลนด์ กล่าวว่า เขาคิดกับตัวเอง “เราไม่ต้องการเป็นตำรวจ เราเป็นตำรวจไม่ได้”

แต่เขาก็ตระหนักว่าการใช้สารกระตุ้นกลายมาเป็นกิจการอาชญากรรม และการสอบสวน ซึ่งน่าจะเป็นการทดสอบยาซะมากกว่า ก็เป็นกุญแจสำคัญในการเผยให้เห็นคนโกง

(ยกตัวอย่าง ในเคสการใช้สเตียรอยด์ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทห้องปฏิบัติการณ์ Bay Area Laboratory Co-operative หรือ BALCO ไม่เคยตรวจพบว่ามีนักกรีฑาที่เคยใช้สารกระตุ้นและไม่ผ่านการทดสอบ)

เมื่อองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกเผชิญกับการชี้แนะว่า รัสเซียมีการใช้ระบบการใช้สารกระตุ้นแบบเยอรมันตะวันออก ฮาวแมน กล่าว ทีมงาน 70 คนของเขาดูเหมือนจะไม่เหมาะกับการทำงานนี้

ทางองค์กรไม่มีแม้กระทั่งผู้สอบสวน และอ้างว่าไม่มีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวน

135-5

ยูลิยา รูซาโนวา อดีตนักวิ่งระยะกลางและผู้ซึ่งเป็นภรรยาของ วิตาลี สเตปานอฟ ซึ่งทำงานในองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามของรัสเซีย พวกเขาเริ่มเป่านกหวีดอย่างลับๆต่อรัสเซีย ในเกมฤดูหนาวปี 2010

“จริงๆแล้ว การจับตาดูทุกๆคนขึ้นอยู่กับเรา มันเป็นงานของเรา” ฮาวแมน กล่าวในการสัมภาษณ์ที่มอนทรีออลเดือนที่แล้ว

“แนวคิดก็คือเราจะไม่ทำการสอบสวนเอง แต่จะรวบรวมข้อมูลและส่งต่อไปให้ฝ่ายที่สามารถทำอะไรได้จริงๆ นี่คือสิ่งที่ประเด็นทุกอย่างเริ่มต้น”

แต่ในที่สุด ฮาวแมน ก็จ้างผู้สอบสวนการใช้ยามาจากสหรัฐ แจ็ค โรเบิร์ตสัน ซึ่งสามารถติตต่อประสานงานระหว่าง องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลก และเป็นผู้ที่อาจสามารถช่วยองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกคลายปัญหาในกรณีที่มีความซับซ้อนได้

ในเดือนกันยายน 2011  โรเบิร์ตสันได้รับมอบหมายให้จัดการสอบสวนการใช้สารกระตุ้นให้กับองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก งานของเขาคลอบคลุมทั่วโลก

การสอบสวนเริ่มต้นขึ้นและหยุดลง

โรเบิร์ตสัน อดีตเจ้าหน้าที่พิเศษสำนักปราบปรามยาเสพติด มีประวัติการทำงานที่ผู้ใช้สารกระตุ้นคนไหนก็ต้องสั่นกลัว

จากประวัติไม่นานมานี้ เขาทำงานให้กับฝ่ายสอบสวนการใช้สารกระตุ้นที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมไปถึงกรณีที่ช่วยจัดการกับ แลนซ์ อาร์มสตรอง ผู้ขนะรายการตูร์ เดอ ฟรองซ์ 7 ครั้ง ซึ่งพบว่ามีการใช้สารกระตุ้นมาตลอดในอาชีพนักกีฬาของเขา

ในเดือนก่อนที่จะถึงวันจ้างงานอย่างเป็นทางการ โรเบิร์ตสัน พร้อมกันกับ โอลิเวียร์ นิกกลิ ผู้อำนวยการด้านกฎหมายขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก เข้าพบปะกับ สเตปานอฟ ที่งานวิ่งบอสตันมาราธอน เพื่อฟังเรื่องราวจากปากของเขา

โรเบิร์ตสัน และ สเตปานอฟ พบกันอีกครั้งที่ประเทศตุรกี ในปีถัดไป

สเตปานอฟ ถูกไล่ออกจากองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามของรัสเซีย หลังทำการสร้างความตระหนักภายในองค์กร ท้ายที่สุดเขาและภรรยาหนีออกจากรัสเซีย และในขณะนี้ก็อาศัยอยุ่ในสถานที่ซึ่งไม่เปิดเผยในสหรัฐเอมริกากับลูกชายตัวน้อยของเขา

โรเบิร์ตสัน ผู้ที่กำลังรวบรวมข้อมูล เป็นทั้งผู้นำและพยาน ได้เผชิญกับเหตุเคราะห์ร้าย ภรรยาของเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง และตัวเขาเองก็เป็นมะเร็งลำคลอ เขาสูญเสียน้ำหนักตัวอย่างรวดเร็วจนกระทั่งต้องใช้ท่อสวนให้อาหาร แต่เขาก็ยังติดตามเคสอยู่

โดยทางการแล้ว อำนาจในการสอบสวนอย่างชัดเจนขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกจะเริ่มขึ้นพร้อมกับกฎเกณฑ์ใหม่ ได้รับการอนุมัติในปี 2013 และจะส่งผลในอีกสองปีถัดไป ซึ่งเป็นระยะเวลาสี่ปีหลังจากที่ โรเบิร์ตสัน ถูกจ้างเป็นผู้สอบสวน

135-6
เดวิด ฮาวแมน คนขวา ผู้อำนวยการทั่วไปขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก และเครค รีดี คนซ้าย ดำรงตำแหน่งประธานขององค์กร ในการประชุมการต่อต้านการใช้สารกระตุ้นที่โตเกียวปี 2015

แต่กระนั้นยังคงไม่มีความอยากที่จะมองเข้าไปในรัสเซียลึกๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากประธานคนใหม่เข้ารับตำแหน่งในปี 2014

ชื่อของเขาคือ เครค รีดี ผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่มาอย่างยาวนานในคณะกรรมการโอลิมปิคสากล และมีความเกี่ยวข้องกับองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกมาตั้งแต่ต้น

เมื่อ รีดี เข้ามาเป็นหัวหน้าขององค์กร หลายสิ่งเปลี่ยนไป ทีมงานหลายคนกล่าว

ในเวลาเดียวกัน รัสเซียก็ได้เริ่มบริจาคเงินเพิ่มเติมให้กับองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก โดยไม่มีหมายเหตุใดในงบการเงินขององค์กร เป็นการดำเนินการที่ไม่ปกติ

โดยรวมแล้ว สามปีที่ผ่านมา รัสเซียให้เงินจำนวน 1.14 ล้านเหรียญสหรัฐเพิ่มเติมไปจากรายได้ประจำปี ซึ่งเท่ากับ 746,000 เหรียญสหรัฐในปี 2015

โฆษกขององค์กรยืนยันถึงการบริจาคของรัสเซีย และกล่าวว่าประเทศที่ทำการบริจาคเพิ่มจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษใดๆ

รีดี ชาวสก็อตที่ครั้งหนึ่งเคยนำสหพันธ์แบดมินตันนานาชาติ เป็นผู้นำที่ราบรื่นและได้รับความนิยมในโลกทางการเมืองของฝั่งโอลิมปิก

ในสังเวียนของการต่อต้านการใช้สารกระตุ้น เขาไม่ได้ถูกจัดว่าเป็นนักรบที่เกรี้ยวกราด

“เราจะไม่หันไปหาผู้คนและบอว่า ‘มีกฎเกณฑ์อยู่นะ ทำตามด้วย’ “  รีดีกล่าวในเดือนนี้ที่ห้องสังสรรค์ของโรงแรมโลซานพาเลซซึ่งเป็นโรงแรมระดับห้าดาวในสวิสเซอร์แลนด์

เขาอธิบายว่าองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกมีความเหมาะสมกับการเสนอคำแนะนำให้กับสหพันธ์กีฬาและประเทศต่างๆมากกว่าที่จะไล่ล่ากล่าวหาการโกง

จอห์น ฟาเฮ นักการเมืองจากออสเตรเลีย ผู้ที่ดำรงตำแหน่งก่อนรีดี ได้อวยพรโรเบิร์ตสันในการสำรวจตรวจสอบข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับห้องปฏิบัติการของรัสเซีย

“ในใจพวกเรายังคงสงสัยอยู่ลีกๆเสมอมาว่ารัฐบาลมีการควบคุมองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามของรัสเซีย” ฟาเฮ กล่าวในการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เดือนที่แล้ว โดยพูดถึงองค์กรที่จ้างสเตปานอฟ

จากคำบอกของหลายคนที่องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกพบว่า เมื่อ รีดี เข้ารับตำแหน่ง การสอบสวนรัสเซียก็สะดุด

เคสเดือด

โรเบิร์ตสันต้องการความช่วยเหลือในกรณีนี้ เขาต้องการบุคลากรและเงินมากขึ้นสำหรับทำการสอบสวน แต่หลายต่อหลายครั้ง เขาต้องเจอกับทัศนคติ รอดูก่อน จากคำบอกของหลายคนในองค์กร เขาคอยบังคับมือไม้ขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกท่ามกลางความรู้สึกท้อแท้

เขาปล่อยข้อมูลของเคสดังกล่าวไปให้กับ ฮาโจ เซ็ปเปลท์ นักข่าวบริษัทแพร่ภาพกระจายเสียงออกอากาศเยอรมัน ARD

รายงานข่าวอันน่าตื่นตะลึงของเซ็ปเปลท์ “ความลับของการใช้สารกระตุ้น : รัสเซียสร้างผู้ชนะได้อย่างไร” ได้รับการออกอากาศในวันที่ 3 ธันวาคม 2014

จากคำบอกเล่าของหลายคนในองค์กรซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้พูดกับนักข่าว พบว่าในตอนแรก รีดี บอกให้เจ้าหน้าที่ทีมงานขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกถอยหลบออกไปก่อน และคอยดูว่าสื่อทั่วโลกจะเอาเรื่องไปเผยแพร่ต่อหรือไม่

แต่ในขณะที่รออยู่นั้น เจ้าหน้าที่องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามหลายแห่งก็มีการพูดออกมา เป็นการเร่งให้ทางองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกต้องสอบสวนคำกล่าวอ้างของบริษัท ARD

วันที่ 8 ธันวาคม 2014  ทราวิส ไทการ์ท หัวหน้าผู้บริหารขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามของสหรัฐอเมริกา ได้เขียนจดหมายส่งมายัง รีดี และ ฮาวแมน ที่องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก เพื่อยืนกรานว่าทางองค์กรมีอำนาจในการสอบสวน และต้องนำมาใช้กับรัสเซีย

ไทการ์ท กล่าวว่า องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกไม่สามารถส่งต่อเคสไปยังสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานบริหารกีฬาประเภทลู่และลาน เพราะมีกีฬาหลายชนิดเข้ามาเกี่ยวข้องในรายงานข่าวของ ARD

นอกจากนี้ เขายังเขียนว่า รองประธานองค์กรกีฬาประเภทลู่นี้ถูกรายงานว่าเป็นส่วนหนึ่งของการปกปิดดังกล่าว

“องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก ต้องนั่งอยู่ที่ขอบสนาม คอยเผชิญกับข้อกล่าวหาจากกีฬา, รัฐบาล, และนักกรีฑาผู้บริสุทธิ์ ที่บินโฉบผ่านหน้าคำสั่งการขององค์กร” เขียนโดย ไทการ์ท

135-7
เครค รีดี ประธานขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก ซึ่งไม่จัดว่าเป็นนักรบที่เกรี้ยวกราด ในสังเวียนการต่อต้านการใช้สารกระตุ้น

หลายวันต่อมา องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกทำการแต่งตั้งผู้ไต่สวนอิสระ ซึ่งคือ พาวด์ ผู้ที่มีชื่อเสียงว่าเป็น นักรบผู้เกรี้ยวกราดในการต่อต้านการใช้สารกระตุ้น ให้เป็นประธาน

จากความต้องการพลังในการสอบสวน ทางองค์กรได้จ้างบริษัท 5 Stone Intelligence ซึ่งเป็นบริษัทสอบสวนเอกชนในไมอามี ที่มีทีมงานเป็นอดีตสมาชิกสำนักงานปราบปรามยาเสพติด (D.E.A), หน่วยสืบราชการลับ, หน่วยข่าวกรองกลาง (C.I.A.),  และหน่วยสืบสวนกลาง (F.B.I.)

จากการสอบสวนเป็นเวลาสี่เดือน นาตาลยา เชอลาโนวา ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีการกีฬารัสเซียวิตาลี มุทโค ได้รับอีเมลจากจาก รีดี

ดูเหมือนว่าอีเมลจะบอกเธอและรัสเซียว่าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการไต่สวน

รีดี ทำให้เชอลาโนวาเชื่อมั่นว่า ในความคิดของเขา ข้อกล่าวหาเรื่องการใช้สารกระตุ้นของรัสเซียเกิดขึ้นมาในช่วงเวลาก่อนที่รัสเซียจะนำกฎหมายใหม่และความพยายามในการต่อต้านการใช้สารกระตุ้นมาใช้

เขาทำให้มั่นใจว่ารัสเซียจะยังคงอยู่ดี เพราะ “ไม่มีสิ่งสำคัญใดที่องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกลงมือทำเพื่อปรับปรุงความพยายามในการต่อต้านการใช้สารกระตุ้นในรัสเซีย”

”ส่วนตัวแล้ว ผมให้ความสำคัญกับคุณค่าความสัมพันธ์ที่ผมมีกับรัฐมนตรีมุทโค และผมจะรู้สึกยินดีถ้าคุณแจ้งเขาว่า องค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นโลกไม่มีความตั้งใจที่จะทำอะไรที่เป็นการกระทบกับความสัมพันธ์นั้น” เขียนโดย รีดี

เมื่อเดลีเมลในลอนดอนตีพิมพ์อีเมลดังกล่าวในเดือนสิงหาคม ปี 2015 เจ้าหน้าที่ต่อต้านการใช้สารกระตุ้น ซึ่งรวมถึง พาวด์ รู้สึกชะงักงัน

ประธานขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกดูเหมือนจะเป็นผู้บ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของการสอบสวนอิสระดังกล่าว

“พระเจ้าช่วย เครค คุณกำลังทำอะไรอยู่?” พาวด์กล่าวว่าเขาได้ถามรีดี “คุณก็รู้ว่าคนพวกนั้นไม่ใช่เพื่อนของคุณใช่ไหม? เดลีเมลเป็นผู้ที่ปล่อยข่าวนี้ออกสู่สื่อ”

หลังจากนั้นไม่นาน รีดี ก็ได้เสนอคำกล่าวให้กับหนังสือพิมพ์ลอนดอนฉบับอื่นว่าเป็นความผิดของตัวเองเพื่อไถ่บาป โดยกล่าวว่าสิ่งที่เขียนไปยังเชอลาโนวาเป็นเรื่องเข้าใจผิด และทางองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกก็ไม่ได้แทรกแซงการสอบสวนอิสระ

รีดี กล่าวว่า เขาไม่เห็นความขัดแย้งจากการที่เขามีความภักดีกับทั้งทางฝั่งโอลิมปิกและทางองค์กร

“ผมคิดว่าเราจัดการได้ดี” เขากล่าวถึงโครงสร้างองค์กรในขณะนั้น

“มันใช้การได้ และก็มีความท้าทายต่อเนื่องจากทางกีฬาและทางรัฐบาลมายังทุกสิ่งทุกอย่างที่องค์กรทำ”

สิ่งที่พบจากการไต่สวนได้ถูกตีพิมพ์ในเดือนพฤศจิกายน 2015 ในรูปแบบรายงาน 323 หน้า ที่มุ่งเน้นไปที่กีฬาประเภทลู่และลาน

รัสเซียถูกกล่าวหาเรื่องที่รัฐบาลให้การสนับสนับการใช้สารกระตุ้นเป็นวงกว้าง

แต่ไม่ใช่ทุกสิ่งที่ผู้สอบสวนได้ขุดค้นขึ้นมาใส่ไว้ในรายงาน รวมไปถึงอีเมลปี 2012 ของพิชชาลนิโควา ซึ่งทางองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกเป็นผู้จัดการ

แม้กระนั้น แรงกดดันภายนอกได้เพิ่มความเข้มข้นขึ้นให้องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกตรวจสอบนอกเหนือไปจากแผนงานกีฬาประเภทลู่และลานของรัสเซีย และตรวจสอบประเทศอื่นที่ต้องสงสัยอย่างละเอียด

แต่จากคำบอกของเจ้าหน้าที่องค์กรหลายคน พบว่า รีดี ไม่เต็มใจนัก

เขากล่าวว่า องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกไม่มีเงิน และไม่มีหลักฐานอย่างเพียงพอที่จะทำการสอบสวนอีกครั้ง

“คุณไม่สามารถเดินต่อไปข้างหน้าได้ เพราะเขาทำหน้าที่คุมอยู่” ฮาวแมนกล่าวถึงรีดี

“คุณต้องเชื่อใจคนที่ทำหน้าที่คุม และเครคก็ทำหน้าที่คุมเรื่องเกี่ยวกับการเมือง”

135-8
เครค รีดี คนซ้าย ประธานขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก และผู้อำนวยการทั่วไปขององค์กร เดวิด ฮาวแมน หลังจากการประชุมเดือนพฤศจิกายน 2015 ซึ่งผู้นำองค์กรทำการโหวตเพื่อแจ้งว่า การดำเนินการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามของรัสเซียนั้นไม่ปฏิบัติตามองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก

อย่างไรก็ตาม สองปีต่อมา ฮาวแมน กับ เจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก ได้รับอีเมลสารภาพจากพิชชาลนิโควา ในขณะนั้น รีดี เป็นคณะกรรมการผู้ก่อตั้งขององค์กร ยังไม่ได้เป็นประธาน

ในอีเมลปี 2012 ของพิชชาลนิโควา ได้เอ่ยชื่อ ดร.รอดเชนคอฟ ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการต่อต้านการใช้สารกระตุ้น ซึ่งห้องปฏิบัติการของเขาได้ถูกปักธงไว้เรื่องผลการทดสอบที่น่าสงสัย

เธอกล่าวว่า เขาสับเปลี่ยนปัสสาวะของนักกรีฑาที่มีสเตียรอยด์กับปัสสาวะที่ปลอดยา

“ฉันมีหลักฐาน” อีเมลปี 2012 ได้กล่าวไว้

องค์กรตัดสินใจส่งอีเมลไปให้เจ้าหน้าที่กีฬาประเภทลู่และลาน ซึ่งรวมถึงของรัสเซียที่มีความเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหา โดยเป็นไปตามลำดับขั้นตอนของวิธีการ

ทั้งที่ได้จ้างทีมงานสอบสวนไว้ องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกกลับไม่เห็นว่าตัวเองมีความสามารถในการสอบสวน กล่าวโดยองค์กรเอง

สี่เดือนหลังจากพิชชาลนิโควาเขียนอีเมลถึงองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก สหพันธ์กีฬาประเภทลู่และลานทำการกีดกันเธอเป็นระยะเวลา 10 ปี เธอถูกถอนตัวออกจากการแข่งขันและการอาศัยอยู่ในรัสเซียความพยายามในการเข้าถึงตัวเธอนั้นไม่สำเร็จ

รีดี กล่าวว่าไม่เคยได้ยินเรื่องอีเมลของพิชชาลนิโควา เขาต้องการหลักฐานก่อนเริ่มทำการสอบสวน

“เราต้องการให้คนมาหาเราพร้อมกับหลักฐาน แล้วจากนั้นเราจึงจะทำการสอบสวน” เขากล่าวในการสัมภาษณ์

เขากล่าวว่า การตัดสินใจอนุญาตให้กีฬาประเภทลู่และลานของรัสเซียทำการแข่งขันในเกมฤดูร้อน จะขึ้นอยู่กับฝ่ายบริหารของการกีฬาทั้งหมด

“มันเป็นปัญหาของพวกเขา” เขากล่าว “ผมเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ไม่ต้องตื่นขึ้นมาในตอนเช้าแล้วครุ่นคิดเกี่ยวกับริโอเพียงอย่างเดียว”

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เหล่านักกรีฑาก็ปลุกระดมให้มีการไต่สวนต่อไป

“เหล่านักกรีฑาที่ขาวสะอาดอยู่ในจุดที่พวกเราไม่สามารถมีความศรัทธากับระบบ” กล่าวโดย ลอริน วิลเลียมส์ นักกีฬาวิ่งระยะสั้นและนักกีฬาแคร่เลื่อนหิมะ

เธอเพิ่มเติมว่า เธอรู้สึกผิดหวังที่รายงานเดือนพฤศจิกายนไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดการไต่สวนต่อไปทันที

“ใครจะปกป้องเรา?” เธอกล่าว “ใครอยู่ฝ่ายเดียวกับเรา?”

หลังจากที่วิลเลียมส์และนักกรีฑาคนอื่นๆทั่วโลก ส่งจดหมายมายังองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกและคณะกรรมการโอลิมปิกสากลในเดือนที่ผ่านมา มีรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาตระหนัก ทำให้องค์กรประกาศการสอบสวนอิสระครั้งใหม่ในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการโกงที่โซชีโอลิมปิก ที่โกงโดย ดร. รอดเชนคอฟ ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการ

การไต่สวนพิเศษอย่างอื่น ซึ่งรวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการใช้สารกระตุ้นในนักกีฬาว่ายน้ำชาวจีน ก็ได้เริ่มต้นขึ้นมา

“การสอบสวนกลายมาเป็นสิ่งที่นิยมชมชอบในเดือนดังกล่าว” กล่าวโดย รีดี

ฮาวแมน ผู้ที่กำลังจะไปจากองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกในเดือนนี้ กล่าวว่าจะออกก็ต่อเมื่อเสร็จสิ้นการตรวจสอบกรณีโซชี ซึ่งคาดการณ์ไว้ประมาณสองสัปดาห์ ก่อนที่ริโอเกมจะเริ่มตามตารางเวลา องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกควรจะถูกตัดสินหรือไม่เกี่ยวกับการจัดการกับเคสดังกล่าว

“มันเป็นเวลาที่กดดันจริงๆ เพราะไม่มีใครต้องการทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นมา” ฮาวแมน กล่าว

สำหรับ รีดี วาระการเป็นประธานองค์กรจะสิ้นสุดในปลายปี

ผู้เชี่ยวชาญการต่อต้านการใช้สารกระตุ้นและนักกรีฑาหลายคน มองเห็นบทบาทที่ซ้อนกันกับการเป็นรองประธานของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล เป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งที่ทำให้องค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกหยุดชะงัก

หลังจากการสัมภาษณ์เร็วๆนี้ที่โลซาน รีดี ยื่นนามบัตรธุรกิจของเขาให้นักข่าว

เขาขอโทษว่า มีโลโก้วงแหวนห้าสีของโอลิมปิกอยู่ เป็นนามบัตรอย่างเป็นทางการของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ไม่ใช่ขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก

“มันเป็นนามบัตรแบบเดียวที่ผมสามารถให้คุณได้” เขากล่าว