104 นักปั่นจักรยานมือสมัครเล่นมักจะทำการฝึกฝนอย่างรุนแรงมากเกินไป

นักปั่นมือสมัครเล่นเกือบเก้าพันคนในประเทศเนเธอร์แลนด์มักทำการฝึกฝนอย่างรุนแรงมากเกินไป จากการศึกษาวิจัยนำร่องด้านสุขภาพขององค์การกีฬาโอลิมปิกดัตช์ เกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมและสารกระตุ้นในหมู่นักปั่นมือสมัครเล่น นักวิจัยกล่าวว่า การฝึกฝนขี่จักรยานอย่างหนักมากเกินไปเป็นปัญหาใหญ่กว่าการใช้สารกระตุ้น

นอกจากนี้ นักวิจัยยังพบว่านักปั่นมือสมัครเล่นที่ทำการฝึกฝนมากเกินไป มีภาวะหัวใจเต้นผิดจักหวะ ซึ่งจำเป็นต้องทำการรักษาด้วยเครื่องควบคุมจังหวะหัวใจ หนึ่งในสามของนักปั่นในการวิจัยจะต้องประสบความความอ่อนเพลียทางร่างกายและจิตใจ “การปั่นจักรยานเป็นกีฬาที่ต้องอาศัยร่างกาย บางครั้ง ในการเตรียมตัวสำหรับฤดูกาลการแข่งขัน พวกเขาต้องทำการฝึกถึงยี่สิบห้าชั่วโมงต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ พวกเขายังต้องแข่งถึงเจ็ดสิบ หรือกระทั่งร้อยวันต่อปี”

นักปั่นอาจยอมแพ้ต่อการฝึก หากไม่ได้ทำงานร่วมกับโค้ช  เพื่อป้องกันเหตุการณ์เช่นนี้ ในช่วงเริ่มต้นของฤดูกาลแข่ง สมาพันธ์จักรยานได้จึงออกหลักสูตรประจำปี (ค่ายฝึกอบรมและการแข่งขัน) แต่ในทางปฏิบัติระบบนี้ไม่ได้ผลเสมอไป

การพักผ่อนที่เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญ

ความขัดแย้งและการทะเลาะวิวาทเกิดจากโค้ชและผู้ฝึกสอนออกกำลังกายส่วนบุคคลของนักปั่นไม่ร่วมมือกัน นักปั่นที่ทำผลงานได้แย่เนื่องจากทำการฝึกมากเกินไปจะอยู่ภายใต้ความกดดันจากโค้ชของพวกเขา “โค้ชกล่าวว่า หากคุณไม่สามารถลงแข่งได้สนามนั้นได้ ก็ออกไป” โค้ชบางคนมีชื่อเสียงที่ไม่ดีเกี่ยวกับการจัดการสุขภาพของนักปั่น เนื่องจากแรงกดดันให้ทำผลงานได้ดี จึงทำให้นักปั่นมองหาวิธีการปรับปรุงสุขภาพและการฟื้นฟูร่างกาย

นักปั่นทุกคนในรายงานเคยใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร พวกเขาใช้จ่ายสูงถึง 15,000 บาท ในแต่ละปี การใช้สารกระตุ้นในหมู่นักปั่นมือสมัครเล่นไม่ได้เป็นปกติ หากคุณเชื่อถือรายงาน พบว่ามีนักปั่นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ยอมรับว่าเขาใช้ยาผิดกฎ  ซึ่งคือฮอร์โมน  ACTH

ครึ่งหนึ่งของมือสมัครเล่นที่ได้รับการสำรวจกล่าวว่า พวกเขาจะไม่ใช้ยาที่ผิดกฎในอนาคต พวกเขากลัวว่ามันจะส่งผลต่อสุขภาพของพวกเขาและพวกเขาคิดว่าการใช้สารกระตุ้นนั้นไม่ยุติธรรม ส่วนอีกครึ่งหนึ่งยังคงไม่แน่ใจ พวกเขาคิดว่าพวกเขาอาจใช้ยาเมื่อพวกเขาแข่งในระดับอาชีพ ผู้ตอบแบบสอบถามได้ทำการประเมินเปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้ยาในกลุ่มคนใกล้ตัวว่ามีจำนวนห้าถึงสิบเปอร์เซ็นต์ จากการสังเกตโดยตัวพวกเขาเอง

นอกเหนือจากการแนะนำของโค้ชและผู้ฝึกสอน นักปั่นจำนวนมากใช้บริการของแพทย์, พนักงานนวด, นักม่านตาวิทยา หรือ iridologist * นักสะกดจิต, นักกายภาพบำบัด, แพทย์ด้านการกีฬา, แพทย์ประจำสโมสร และ ผู้ดูแลนักกีฬาประจำทีม

* Iridology (ม่านตาวิทยา) คือ การแพทย์ทางเลือก โดยการตรวจสอบม่านตา (ตา) เพื่อการวินิจฉัยของโรคอื่นๆ ในร่างกาย

มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่นักปั่นจะมีโค้ชห้าคนหรือมากกว่านั้น นักวิจัยสรุปว่าสมาพันธ์จักรยานควรให้การฝึกฝนด้านจิตใจของนักปั่น เพื่อให้นักปั่นมีความมั่นใจในตนเองและเป็นอิสระมากขึ้น

“นอกจากนี้ นักปั่นควรใช้ห้าเปอร์เซ็นต์สุดท้ายของศักยภาพที่พวกเขามี ก่อนที่จะเริ่มต้นใช้ยา ซึ่งสามารถเป็นไปได้ผ่านการฝึกฝนด้านจิตใจ”

104_2

คำแนะนำอื่นๆ จากรายงาน คือ การให้ข้อมูลทางการแพทย์ให้กับนักปั่นวัยหนุ่มสาวแลผู้ปกครองของพวกเขา “การปั่นจักรยานของพวกเขามีอันตรายมากกว่าการใช้ยา แพทย์ควรบอกเกี่ยวกับอันตรายของการฝึกฝนมากเกินไปและนักปั่นจะต้องเรียนรู้ว่าจะสามารถตรวจจับสัญญาณอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างไร”

***หมายเหตุจากนักแปล : แอดรีโนคอร์ติโคทรอพิกฮอร์โมน (adrenocorticotrophic hormone (ACTH)) คือฮอร์โมนที่ต่อมพิทูอิทารีปล่อยออกมาเพื่อกระตุ้นให้ต่อมแอดรีแนลหรือต่อมหมวกไตหลั่งฮอร์โมนคอร์ติคอยด์***