096-a นักปั่นจักรยานแสดงพลังได้มากขึ้นหลังจากการฝึกกำลังอย่างเข้มข้น

นักปั่นจักรยานที่ฝึกมาอย่างดีจะแสดงสมรรถภาพได้ดีขึ้นในการทดสอบปั่นแบบ “เร่งเต็มที่” เป็นเวลา 40 นาทีหลังจากการฝึกความแข็งแรง (strength training) อย่างเข้มข้นนาน 25 สัปดาห์  งานวิจัยจากประเทศนอร์เวย์แสดงว่าหลังจากผ่านการฝึกไป 6 เดือน กำลังขาออก (power output) ของนักกีฬาเพิ่มขึ้น 6.5%

การฝึกปั่นจักรยาน

งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า การสลับสับเปลี่ยนรูปแบบของการฝึกฝนมีส่วนช่วยในการเพิ่มสมรรถภาพของนักปั่นจักรยาน  ตัวอย่างเช่น การฝึกแบบช่วง (interval training) นั้นถือว่าเป็นส่วนที่มีความจำเป็นมากๆสำหรับนักปั่นหลายๆคน  Rønnestad และเพื่อนร่วมงานของเขาสงสัยว่าการฝึกในรูปแบบอื่นๆที่แตกต่างออกไป เช่นการฝึกความแข็งแรง อาจะมีส่วนช่วยในการเพิ่มสมรรถนะของการปั่นจักรยานก็ได้

การฝึกความแข็งแรงแบบเข้มข้น

นักปั่นจักรยานที่ผ่านการฝึกมาอย่างดี 16 คน (ค่า VO2max เฉลี่ย 75 มล./กิโลกรัมนาที) ทั้งในระดับชาติและระดับนานาชาติได้เข้าร่วมการศึกษานี้ด้วย  นักปั่น 7 คนได้ทำการฝึกความแข็งแรงของขาแบบเข้มข้นเพิ่มเติมจากโปรแกรมฝึกความอดทนตามปกติของพวกเขาเป็นเวลา 25 สัปดาห์  ในช่วง 10 สัปดาห์แรกพวกเขาฝึกครั้งละครึ่งชั่วโมง 2 ครั้งต่อสัปดาห์  การฝึกความแข็งแรงนั้นประกอบด้วยท่า “สควอต (Squat)” และ “เลก เพรส (Leg Press)” และท่าอื่นๆที่ใช้สำหรับยืดข้อเท้า

ส่วนนักปั่นที่เหลืออีก 9 คน ให้ฝึกตามโปรแกรมการฝึกความอดทนตามปกติ  ในช่วงเวลาที่กลุ่มแรกฝึกความแข็งแรงอยู่ อีกกลุ่มหนึ่งก็ฝึกความอดทนแบบความเข้มข้นต่ำไปด้วย  การทำแบบนี้จะทำให้จำนวนครั้งของการออกกำลังกายต่อสัปดาห์ใกล้เคียงกัน (13-15 ชั่วโมงต่อสัปดาห์)  นักวิจัยได้นำเอาการทดสอบ วินเกต เทส (Wingate test) และ การทดสอบปั่นแบบ “เร่งเต็มที่” เป็นเวลา 40 นาทีมาใช้ในการศึกษานี้ด้วย  ในการทดสอบอย่างหลังนี้นักปั่นจะใช้จักรยานของตัวเองตั้งบนลูกกลิ้ง  ช่วง 40 นาทีนี้พวกเขาต้องใส่แรงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ นอกจากนั้นยังมีการวัดคือ VO2max และน้ำหนักตัวด้วย

กำลังสูงสุด (peak power)  ของนักปั่นมีค่าสูงขึ้นแบบไม่มีนัยสำคัญในการทดสอบวินเกต เทส   แต่ในการทดสอบปั่นแบบ “เร่งเต็มที่” นาน 40 นาที กำลังของนักปั่นที่วัดได้มีค่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 6.5% โดยเฉลี่ย  ค่า VO2max เฉลี่ยไม่มีการเปลี่ยนแปลง  สมรรถภาพและค่า VO2max ของนักปั่นที่ไม่ได้ฝึกพละกำลังมีค่าไม่เปลี่ยนแปลงหลังจากผ่านไป 25 สัปดาห์  ทั้งสองกลุ่มมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัมหลังจากผ่านไป 25 สัปดาห์

สรุป

ดูเหมือนการฝึกความแข็งแรงสามารถมีส่วนช่วยในการพัฒนาสมรรถภาพในการปั่นจักรยานได้  ข้อสรุปนี้เป็นไปในทางเดียวกับผลของของฝึกพละกำลังต่อสมรรถภาพความอดทน  นักปั่นไม่ต้องเป็นกังวลว่าการฝึกพละกำลังจะนำไปสู่การเพิ่มน้ำหนักตัวอย่างมีนัยสำคัญ  ถ้านักปั่นเลือกที่จะเพิ่มการฝึกพละกำลังลงไปในโปรแกรมการฝึกที่มีอยู่แล้ว  การกำกับดูแลที่เหมาะสมถือเป็นเรื่องสำคัญต่อนักปั่น เช่น เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ