082 สมาคมนักปั่นนานาชาติสั่งแบนดิสเบรคทันที! หลังเกิดอุบัติเหตุนักปั่นเจ็บสยอง

ระบบดิสเบรคถูกสมาคมนักปั่นนานาชาติ หรือยูซีไอ สั่งห้ามใช้ในสนามแข่งจักรยานทันที หลังจากเกิดอุบัติเหตุสุดสะพรึงที่งานปารี-รูเบ ในฝรั่งเศส จนเป็นเหตุให้ฟรานซิสโก้ ไวนโทโซ นักปั่นหนุ่มสายเลือดสเปนเป็นแผลลึกที่หัวเข่า หลังจากนั้นฟรานซิสโก้ก็ได้เขียนจดหมายเผยแพร่ลงบนเว็บไซต์ทีมโมวิสตาร์ของเขา โดยชี้แจงไปว่า ระบบดิสเบรคในรูปแบบปัจจุบันนั้นยังอันตรายเกินกว่าจะนำมาใช้แข่งในสนามได้ พร้อมกันนั้นยังเรียกร้องให้เหล่านักปั่น และสมาคมนักปั่นทั้งหลายร่วมมือกันทำอะไรสักอย่าง จนกระทั่งเป็นผลสำเร็จในที่สุด เมื่อยูซีไอสั่งห้ามไม่ให้ใช้ดิสเบรคเข้าจริงๆ

082-1

มุมมองที่มีต่อเหตุการณ์

เมื่อเดือนธันวาคมที่บ้านมา ยูซีไอยังอนุญาตว่า ต่อไปในภายภาคหน้า ทีมนักผั่นสามารถใช้ดิสเบรคแทนเบรคธรรมดาได้ แต่ตอนนี้ หลังมีเรื่องที่ฝรั่งเศส ยูซีไอก็เปลี่ยนเป็นสั่งห้ามใช้ทันทีเพราะเห็นแล้วว่ามันอันตรายเพียงไร จากเท่าที่อ่านจดหมายของฟรานซิสโก้ดู ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่า จริงๆแล้วทางยูซีไออาจจะสังหรณ์ใจถึงอันตรายของดิสเบรคมาก่อนหน้านี้อยู่แล้ว แต่เพราะอะไรไม่ทราบถึงไม่ห้ามเสียตั้งแต่ตอนนั้น
วัสดุที่เกี่ยวกับจักรยานนนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่หมวกกันน็อค เสื้อผ้า โครงและล้อคาร์บอน ซี่ล้อ แป้นถีบ ล้อตัน สวิทช์ไฟฟ้า แล้วตอนนี้ก็มาที่เจ้าเบรคจอมปัญหาอีก คือเบื้องหลังนวัตกรรมพวกนี้น่ะ จริงๆแล้วเป็นระบบการผลิตแบบอุตสาหกรรมที่ผู้ประกอบการใช้สนามแข่งจักรยานเป็นหนูทดลอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าตัวใหม่ๆไปพร้อมๆกับหาทางโน้มน้าวให้ลูกค้ามาซื้อให้ได้ สรุปคือเป็นแผนการตลาดครับ ของทั้งแบรนด์ชินาโม แคมเปโนโล แล้วก็แบรนด์อื่นๆ ทำกันแบบนี้แทบทั้งนั้นกิจการถึงอยู่ได้ กวาดกำไรกันถล่มทลาย ให้ความสำคัญตรงส่วนนี้มากกว่าสุขภาพร่างกายของพวกนักปั่นเสียอีก เมินเฉยกันเข้าไป เทคโนโลยีนี่มันเป็นดาบสองคมจริงๆ สนามแข่งจักรยานใหญ่ๆก็เป็นแหล่งทดสอบและปรับปรุงอุปกรณ์รุ่นใหม่ที่ดีเลิศที่สุด เสียเปรียบเต็มๆเลยแบบนี้

อุปกรณ์ที่ออกใหม่ส่วนมากมักจะเจ๊งตลอดครับ แล้วนักปั่นคนไหนที่ต้องมารับเคราะห์ตรงนี้จนเสียโอกาสในหน้าที่การงาน ก็สมควรจะยึดกฎเหล็กเรื่องการปั่นจักรยานนะ ส่วนผมเองก็ไม่เคยออกมาวิจารณ์เรื่องวัสดุอุปกรณ์อย่างเปิดเผยแบบนี้เลยตั้งแต่เรื่องการต้องใช้ข้าวของตามใจสปอนเซอร์มันค่อยๆมีเยอะขึ้น อย่างที่ปารี-รูเบ ไม่ใช่ว่าทุกทีมจะได้ใช้ของที่ดีที่สุด เพราะของบางอย่างมันไม่ถูกใจสปอนเซอร์ บอกตรงๆเลยว่าถ้าผมเป็นนักปั่นนี่กำลังใจผมจะลดฮวบลงเป็นศูนย์แน่

มันจะดีกว่านี้ครับถ้าเกิดว่าก่อนหน้านี้ทางยูซีไอฉุกคิดได้ซักก่อน ว่าทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงิน แต่พอพวกเขาทำแบบนั้นแล้ว คราวนี้ภาระก็เลยไปตกอยู่กับที่ร้านอุปกรณ์-อะไหล่จักรยาน คือต้องสต็อคดิสเบรคเก็บไว้เป็นกองภูเขาเลากา แล้วของแบบนี้คนที่ไม่ใช่นักปั่นอาชีพเขาไม่สนใจอยากจะซื้ออยู่แล้ว

ผมไม่ใช่คนที่โง่เทคโนโลยี แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการแข่งจักรยานด้วยเหมือนกัน ผมอยากให้จักรยานของผมใช้งานได้ดีและปลอดภัยเท่านั้นพอ ผมเลยพยายามมองหาช่างที่ดีๆตลอด แล้วก็มีช่างคนนึงที่ทำงานอยู่ในวงการจักรยานระดับมืออาชีพมานานหลายปี เขาไม่โอเคกับเจ้าดิสเบรคเลยในช่วง 2-3 เดือนย้อนหลัง เขาดูแล้วรู้เลยวาามันอันตรายขนาดไหน คมอย่างกับมีด โดนเข้านี่บาดเจ็บสาหัสแน่นอน

แล้วก็ข้ออ้างอีกอย่างหนึ่งของเขาคือ ยังไงเจ้าดิสเบรคตัวนี้มันก็ไม่ได้วิเศษวิโสไปกว่าเบรคแบบธรรมดาหรอก แต่ในโฆษณาดันคุยโวใหญ่เลยว่าถ้าเวลาฝนตกละก็ ดิสเบรคจะทำงานดีกว่าแน่นอน ช่างเขาบอกว่ามันไม่จริงเลย เวลาฝนตกถนนเปียกๆ ถ้าเราเบรครถดังเอี๊ยดแล้วละก็ รับรองว่าได้ลื่นไถลพรวดแน่ แล้วหลังจากที่รู้เรื่องยูซีไอสั่งแบนดิสเบรค ช่างเขาก็บอกว่า “ทำได้แบบนี้ก็ดีแล้ว แต่หวังว่าคงไม่เปลี่ยนใจทีหลังอีกนะ”

ช่วงนั้นผมคอยไล่ตามอ่านคอมเม้นและความคิดเห็นเรื่องดิสเบรคและเบรคธรรมดาจากกูเกิ้ลเยอะมาก เป็นประเด็นโต้แย้งที่กำลังมาแรงจริงๆ มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการใช้ดิสเบรค คือความคิดพวกนี้มันยากมากที่จะประเมินได้หมด ดิสเบรคมันถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อจักรยานภูเขา ซึ่งจักรยานภูเขาเบรคมันต้องดีมาก ถ้าใช้เบรคแบบธรรมดาละก็เวลาเจอทางที่เปียกน้ำหรือเลอะโคลนมันจะเบรคไม่อยู่ โคลนจะติดเบรค

แล้วพอมีโคลนไปติดเบรค กรอบล้อมันก็จะเสียหายแล้วคราวนี้ก็จะฉีกขาดมากขึ้น แตกต่างจากดิสเบรคที่มันมีพลังในการเบรคมากกว่าเบรคธรรมดาแบบนี้ เจอโคลนเจอน้ำมันก็ไม่สะทกสะท้าน ยังไงสมรรถภาพก็ยังเหลือล้น ส่วนเจ้าเบรคธรรมดา พอมันทำให้กรอบล้อสึกมากๆเข้า คราวนี้ตัวคนปั่นก็จะอันตรายแล้ว แต่ดิสเบรคจะไม่เป็นแบบนี้

ถ้ายูซีไอฉุกคิดได้ก่อนก็จะดีมาก เหมือนที่ผมพูดไปแล้ว ว่าการที่ยูซีไอทำอย่างนี้เท่ากับเป็นการผลักภาระให้พวกร้านซ่อม ร้านอะไหล่ต้องสต็อคของเก็บไว้จนท่วมหัว แล้วก็ไม่มีใครอยากจะมาซื้อด้วย แล้วคราวนี้สัมพันธไมตรีระหว่างยูซีไอกับสปอนเซอร์อย่างชิมาโนจะพัฒนาต่อไปยังไง? ยูซีไอทำพลาดไปแล้ว แต่ยังโชคดีที่ทีมโมวิสตาร์ไม่ได้มีชินาโมเป็นสปอนเซอร์ เพราะไม่อย่างนั้นฟรานซิสโก้คงไม่กล้าเขียนจดหมายเผยแพร่ออกมาหรอก แคมเปโนโลต่างหากที่เป็นสปอตเซอร์ให้ทีมนี้แล้วก็เพิ่งปล่อยดิสเบรคออกสู่ตลาดเมื่อไม่นานมานี้ด้วย

ทีมรูมพ็อทของเนเธอร์แลนด์ที่ก็ใช้ดิสเบรคด้วย รู้ข่าวสั่งห้ามใช้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สรุปคือพวกเขาเลยต้องเปลี่ยนจักรยานใหม่หมดตั้ง 20 กว่าคันภายในเวลาไม่กี่วัน เพราะวันอาทิตย์จะมีแข่งอัมสเตล โกลด์ เรส เป็นงานแข่งปั่นจักรยานรุ่นคลาสสิคของประเทศเลย

หลายปีมาแล้วที่ดิสเบรคถูกใช้งานในการปั่นจักรยานขึ้นภูเขา ซึ่งในเคสนั้นความเสี่ยงต่ออันตรายมันน้อยกว่ามาก เพราะพวกนักปั่นภูเขาต่อให้ล้มเขาก็ล้มแค่คนเดียว ไม่ใช้ล้มระเนระนาดเป็นกลุ่มแบบในสนามแข่ง ส่วนตัวดิสเบรคก็คมพอๆกับเหล็กของรองเท้าสเก็ต นอกจากนี้ ตัวผู้จัดการทีม เอริค บรอยคิงค์ ก็พูดเอาไว้ด้วยว่า ดิสเบรคมันจะเบรคได้ดีมากกว่าเพราะมันไม่ต้องไปสัมผัสกับล้อเหมือนเบรคธรรมดา

แล้วก็ปัญหาอีกอย่างนึงคือ ไม่ใช่แค่ดิสเบรคกับล้อเท่านั้นที่ใช่ไม่ได้ แต่ระบบกันสะเทือนทั้งในจุดบริการดูแลเครื่องและในรถบรรทุก รวมไปถึงรอยหลังคาบนรถของพวกผู้นำทีมก็ควรได้รับการแก้ไขใหม่ด้วย

มาฟังโปรว่าเค้าคิดอย่างไรกับดิสเบรค? ดูคลิป

082-2
จุดบริการดูแลเครื่อง
082-3
รถบรรทุกของทีมนักปั่น

ทั้งจักรยานทั้งล้อต้องมีระบบกันสะเทือนในจุดให้บริการและรถบรรทุกใหม่หมด

ข้อมูลที่ได้รับในเวลาต่อมา:

มีนักปั่นมือฉมังคนหนึ่งบอกผมว่า:

“ในที่สุด เราก็เลิกใช้ดิสเบรคแล้วเหมือนกัน ปัญหามันเยอะ ชนกันไปชนกันมา แถมยังผิดหลักอากาศพลศาสตร์อีกต่างหาก วัดได้จากช่องใส่ลม แล้วก็หนักเพิ่มขึ้นมาอีกตั้ง 700  กรัม แบบนี้ก็หมายความว่าคุณต้องเสียพลังงานให้มันไปตั้ง 5-10 วัตต์เมื่อเทียบกับจักรยานธรรมดา เพราะงั้นผมเลยดีใจมากที่ยูซีไอสั่งห้ามใช้ซะได้”

แล้วผมยังได้ยินมาอีกด้วยว่า ไม่มีนักปั่นที่ใช้ดิสเบรคคนไหนเข้ามายุ่งเกี่ยวตอนที่ฟรานซิสโก้ล้ม นอกจากนี้ ลักษณะแผลของเขาดูเหมือนว่าถูกใบมีดแหลมคมบาดอีกต่างหาก