048 ยาเมลโดเนียม (Meldonium) มีขายมา 30 ปีแล้ว

บทความดัดแปลงจาก NRC

มิคาเอล คาลินสกี้ (Michael Kalinski) นักวิทยาศาสตร์การกีฬาชาวรัสเชียอพยพเข้ามาในสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ.2533 โดยมีเพื่อนคือศาสตราจารย์นิโคไล วอลคอฟ (Professor Nikolai Volkov) เป็นผู้พาไปที่สนามบิน ในกระเป๋าเดินทางของคาลินสกี้มีเอกสารลับจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นผลการศึกษาค้นคว้าต่างๆ ตลอดระยะเวลาหลายปีของนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงในโซเวียต

คาลินสกี้กล่าวจากสหรัฐอเมริกาว่าการใช้สารกระตุ้นเป็นกิจของรัฐในสหภาพโซเวียต  และการโด๊ปเป็นอาวุธสำคัญอย่างหนึ่งในการต่อสู้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดกับศัตรูทุนนิยม  ในกระเป๋าเดินทางของคาลินสกี้มีตำราสำคัญที่เขียนโดยศาสตราจารย์วอลคอฟ เรี่อง “การศึกษาชีวพลังงาน (bioenergetics) ของกล้ามเนื้อมนุษย์ระหว่างการออกกำลังกายและวิธีปรับปรุงสมรรถภาพของนักกีฬา”

ศาสตราจารย์ Michael Kalinski

ในบทหนึ่งกล่าวถึงผลของยามิลโดรเนท (mildronate) แบรนด์เนมของยาโรคหัวใจ ซึ่งมีเมลโดเนียมเป็นส่วนประกอบสำคัญ

คดีการใช้ยาเมลโดเนียมเพิ่มมากขึ้นทุกวัน

ในวงการกีฬาของรัสเซียสัปดาห์นี้ ตรวจพบกรณีการใช้เมลโดเนียมเป็นยาโด๊ปหลายราย มาเรีย ซาราโปวา (Maria Sharapova) นักเทนนิสดาวรุ่งมือหนึ่งยอมรับว่าเธอถูกตรวจพบว่าใช้สารกระตุ้นดังกล่าว หลังจากนั้นก็มีการตรวจพบการใช้สารกระตุ้นอื่นๆ อีก  จำนวนนักกีฬาที่มีผลทดสอบการใช้ยากระตุ้นเมลโดเนียมเป็นบวกมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ   WADA หรือองค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นต้องห้ามในการกีฬาระบุว่าปัจจุบันได้ตรวจพบการใช้สารกระตุ้นต้องห้ามจำนวน 99 รายแต่ไม่ได้ระบุถึงรายชื่อนักกีฬาเหล่านั้น

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สองที่ช๊อกวงการกีฬาในรัสเซียเป็นอย่างมากหลังจากที่เกิดข่าวลือสุดอื้อฉาวในการแข่งขันกรีฑาของรัสเซียเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และทำให้การเข้าร่วมโอลิมปิกเกมของรัสเซียที่ริโอ เดอจาเนโรในปี 2559 ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณา

ยังมีเรื่องน่าตกตะลึงอีกคือเมลโดเนียมถูกบรรจุให้อยู่ในบัญชีรายชื่อสารกระตุ้นต้องห้ามนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2559 เป็นต้นไป  นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงหลายรายระบุว่ายังไม่พบหลักฐานว่ายาดังกล่าวช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางกายภาพได้

อิวาร์ คาลวินส์ (Ivar Kalvins) ผู้ตรวจสอบจาก Letland ซึ่งเป็นผู้ค้นพบเมลโดเนียมเมื่อกลางปีพ.ศ.2513 กล่าวว่าการที่ WADA บรรจุเมลโดเนียมเข้าไว้ในบัญชีรายชื่อสารกระตุ้นต้องห้ามเป็นการตัดสินใจด้วยเหตุผลทางการเมือง

ปัจจุบันมิคาเอล คาลินสกี้ (Michael Kalinski) เป็นพลเมืองอเมริกันและทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยเคนทักกี วิทยานิพนธ์ของศาสตราจารย์วอลคอฟซึ่งมีบทหนึ่งกล่าวถึงยาเมลโดเนียมโดยเฉพาะก็ยังคงอยู่ในความครอบครองของเขา  วอลคอฟเขียนถึงผลกระทบของเมลโดเนียมเมื่อ 26 ปีที่แล้ว เขาเขียนวิทยานิพนธ์นี้เพื่อนักวิทยาศาสตร์โซเวียตคนอื่นๆ แต่งานเขียนนี้ไม่เคยถูกตีพิมพ์  ลูกค้าคือสหภาพโซเวียต ในจดหมายแนบจะพบข้อความดังต่อไปนี้: “ในช่วงปีที่ผ่านมาคณะกรรมการการกีฬาของสหภาพโซเวียตให้การสนับสนุนการค้นคว้าวิจัยเฉพาะทางเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เครื่องมือและวิธีการต่างๆ เพื่อส่งเสริมสมรรถภาพของนักกีฬา”  การใช้สารกระตุ้นในสหภาพโซเวียตได้รับการสนับสนุนจากรัฐ  รัฐเป็นผู้ให้เงินและทำสัญญา และวอลคอฟไม่อยู่ในสถานะที่จะปฎิเสธคำสั่งหรือคำบัญชาการนี้ได้

ในการศึกษายาเมลโดเนียม ศาสตราจารย์วอลคอฟทำการทดสอบกับนักปั่นจักรยาน 18 คน โดยให้นักปั่นจักรยานเหล่านี้กินยามิลโดรเนทคนละ 1 กรัมต่อวัน  แล้วนำผลที่ได้มาเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ใช้ยาหลอก

จากการศึกษาพบว่ากลุ่มที่ใช้ยาเมลโดเนียมมีสมรรถภาพดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด วอลคอฟตั้งข้อสังเกตถึงการการฝึกซ้อมที่ได้ผลดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มของผู้ใช้ยาเมลโดเนียม  ผลสรุปของการศึกษานี้คือ: วิธีนี้จะปรับปรุงความสามารถในการใช้ออกซิเจนเพื่อใช้ในการสร้างพลังงานของกล้ามเนื้อ (aerobic capacity) เช่น การปรับปรุงการดูดซับออกซิเจน, ประสบความสำเร็จในการนำมาใช้ระหว่างช่วงฝึกซ้อมเตรียมการแข่งขันและในระหว่างการแข่งขัน  วีธีนี้เป็นประโยชน์ต่อกีฬาประเภทหลักคือการแข่งปั่นจักรยาน การแข่งวิ่ง และการแข่งเรือพาย

Julia Lipnitskaia
Mariya Savinova
Pavel Koelizjnikov

นักกีฬาที่ชนะรางวัลเหรียญทองชาวรัสเซียจะได้รับรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ GL พร้อมทั้งเงินรางวัลจำนวน120,000 ยูโร

การใช้เมลโดเนียมมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 แล้วและได้รับอนุญาตให้ใช้ได้ตั้งแต่แรก ก่อนที่ในอีก 25 ปีต่อมาองค์กร WADA จะกำหนดให้เมลโดเนียมเป็นสารกระตุ้นผิดกฎหมาย

แต่การค้นพบของวอลคอฟในปี พ.ศ. 2533 นั้นหมายความว่ายานี้อยู่ในรายชื่อสารกระตุ้นด้วยเหตุผลสมควรไม่เช่นนั้นพวกเขาจะจ่ายเงินหลายล้านรูเบิลเพื่อทำการค้นคว้าวิจัยทำไม??  เพื่อจะเก็บไว้ในลิ้นชักอย่างนั้นหรือ?  ไม่ใช่เลย   ผลการค้นคว้าวิจัยต่างๆ ถูกนำมาใช้กับนักกีฬาเพื่อให้ได้เหรียญโอลิมปิกมากขึ้น สหภาพโซเวียตมีความเป็นเลิศในด้านการค้นคว้าวิจัยเภสัชการกีฬา และประสบความสำเร็จในการจ้างนักวิทยาศาสตร์ที่ดีที่สุดมาทำงานนี้

รัฐบาลโซเวียตยังคงสับสนว่าจะตอบโต้ข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับเมลโดเนียมที่กำลังมีเพิ่มมากขึ้นอย่างไรดี  นายเซอร์กี ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศได้เรียกร้องให้ WADA ออกมาอธิบายว่าทำไมยานี้จึงถูกบรรจุให้อยู่ในบัญชีรายชื่อสารกระตุ้นต้องห้ามอย่างฉับพลัน   นายวิตาลี มุตโก้ รัฐมนตรีกระทรวงการกีฬาเป็นผู้รับผิดชอบดูแลเรื่องนี้ทั้งหมด

โมเอทโค (Moetko) กล่าวว่าความคิดเห็นทั่วไปที่ว่าเมลโดเนียมจะถูกขับออกจากร่างกายได้ภายใน 6 วันนั้น เป็นความเข้าใจที่ผิดพลาด  เขาเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ว่าจะยังคงมีร่องรอยของเมลโดเนียมให้ตรวจสอบได้หลังจากใช้ยานี้ไปกว่า 100 วันแล้ว  โมเอทโคระบุว่านักกีฬารัสเซียที่มีผลตรวจเป็นบวกได้ใช้ยาเมลโดเนียมมานานแล้วก่อนวันที่ 31 ธันวาคมปีที่แล้ว ก่อนที่จะมีคำสั่งห้ามใช้ยานี้

คาเอล คาลินสกี้ ระบุว่าการใช้สารกระตุ้นเป็นธรรมเนียมที่มีมาแต่ดั้งเดิมของรัสเซียและยังคงมีอยู่ แม้ว่าพวกกลุ่มผู้นำทางการกีฬารุ่นเก่าอาจจะล้มหายตายจากไปแล้วแต่วิธีการที่ใช้ยังคงเหมือนเดิม และการกีฬาภายใต้การนำของปูตินยังคงความหมายเดียวกันกับในช่วงเวลานั้น “ย้อนคืนสู่สหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต”