038 การเสริมเครื่องกล การโกงโดยใช้สารกระตุ้น – จะตอบโต้อย่างไรเมื่อได้รับผลตอบมาว่ามีการโกงเกิดขึ้น?

เหตุการณ์การเสริมมอเตอร์ที่จักรยานของ Femke Van den Driessche ทำให้ผมต้องเขียนบทความนี้ขึ้นมา ทุกทีมจักรยานมืออาชีพควรจะมีแผนรับมือหากเกิดได้รับข้อกล่าวหาว่าตรวจพบการโกงขึ้นมา  ในช่วงที่ผมเป็นแพทย์ประจำทีมอยู่ ผมมักจะถามถึงประเด็นนี้อยู่เสมอตลอดช่วงการทำงานในแวดวงการปั่นจักรยานเกือบ 25 ปีของผม  จนถึงทุกวันนี้ ผมไม่ทราบเลยว่ามีทีมใดมีคู่มือที่ระบุถึงแผนรับมือสำหรับกรณีการตรวจพบการใช้สารต้องห้าม คำแนะนำที่ชัดเจนและข้อตกลงที่ดีจะช่วยป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นสำหรับทีมและนักปั่นได้

Charles Schwietert เป็นผู้สื่อข่าวที่มีชื่อเสียงดีและน่าเคารพ เขาได้รับการทาบทามให้เข้ารับตำแหน่งในรัฐบาลใหม่ด้วย ซึ่งแม้แต่เชาเองก็รู้สึกประหลาดใจ  เขาตอบตกลง แต่เพียงสามวันหลังจากได้รับการเสนอชื่อเข้ารับตำแหน่ง ความจริงก็ปรากฏ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้พูดความจริงเกี่ยวกับอดีตของเขา เขาโกหกเรื่องการศึกษาของเขาที่มหาวิทยาลัยที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง ประเด็นนี้เป็นพาดหัวข่าวสำคัญบนหน้าแรกหนังสือพิมพ์ดัตช์อยู่หลายวัน ประเด็นถูกพูดไปไกลถึงเรื่องความไม่แน่นอน เรื่องเหลวไหลและการโกหกหลอกลวงของ Schwietert

ถ้าดูจากอาการหัวเสียที่เกิดขึ้นจากประเด็นนี้ เห็นได้ชัดเจนว่าประสบการณ์นี้เป็นบาดแผลเจ็บปวดสำหรับ Schwietert อยู่พอควร เช่นนั้นแล้ว เขาจึงออกจากเนเธอร์แลนด์ไปและร่วมกับภรรยาของเรา  Dieudonnee ten Berge เขียนหนังสือขึ้นเพื่อเป็นการบำบัด หนังสือนั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับชื่อเสียงที่ถูกทำลายลงไป โดยใช้ชื่อหนังสือว่า “การสูญเสียภาพลักษณ์ & การกู้ภาพลักษณ์: คนสูญเสียชื่อเสียง เครื่องหมายการค้าถูกโจมตี บทบาทหน้าที่ของนักข่าว”

ข้อความสำคัญในหนังสือคือ หากคุณได้กระทำความผิดร้ายแรงด้วยความสะเพร่า และต่อมาได้รับการเปิดโปงจากสาธารณะ มีทางแก้ไข้ที่ดีแค่ทางเดียวเท่านั้นที่เหลืออยู่  นั่นคือการจัดแถลงข่าวอย่างเร็วที่สุดและบอกความจริงแม้ว่าจะเจ็บปวดเพียงใดก็ตาม จากนั้นคุณจะรู้สึกโล่งใจ โดยเฉพาะถ้าคุณรู้สึกว่านี่เป็นการปลดปล่อยความเครียดและทำให้จุดสนใจในกรณีข่าวของคุณน้อยลงไปทุกวันๆ  อย่าโกหก อย่าเก็บความลับข้อมูลเอาไว้ และหากต่อมามีประเด็นเพิ่มเติมอีกก็ควรจะเปิดเผยต่อสาธารณะในแบบวิธีของคุณเอง

ถ้าหากคุณประสบปัญหาอยู่ ข้อความที่มีตรรกะชัดเจนนี้ดูเหมือนจะปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวันยากเสียหน่อย  และยิ่งยากไปกว่าที่คุณคิดเสียอีก หากจะยึดถือปฏิบัติตามหลักการนี้  กรณีของ  Schwietert เป็นตัวอย่างที่ดีเลยทีเดียว

เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในมุมมองเหตุการณ์ก่อนหน้านี้  เขาได้จัดทำงานวิจัยเรื่องการสูญเสียภาพลักษณ์และเขียนหนังสือเกี่ยวกับบทสรุปที่ชัดเจน แต่เมื่อเขาพบกับปัญหาเข้าอีกครั้งและกลายเป็นข่าวใหญ่ เขากลับถูกกล่าวหาว่าลอกเลียนแบบงานผู้อื่นมา แล้วก็ตกอยู่ในวังวนกลไกการป้องกันตัวแบบเดิมอีกครั้งหนึ่ง ปฏิเสธ หลอกลวง โกหก  ถึงแม้จะเป็นพฤติกรรมที่แปลกแต่ก็สามารถเข้าใจได้  เมื่อคุณอยู่ในจุดที่คุณต้องออกมาปกป้องตนเองและตอบโต้อะไรบางอย่าง คนส่วนมากจะรู้สึกเครียดและปฏิบัติแตกต่างจากสิ่งควรจะปฏิบัติอย่างที่คิดไตร่ตรองไว้อย่างมีเหตุมีผลก่อนหน้านี้

GERT JAN THEUNISSE ตรวจพบว่ามีการใช้สารเทสโทสเตอโรนในทัวร์ฝรั่งเศส

คุณสามารถพบเห็นกรณีตัวอย่างเช่นนี้ได้ทั่วไปในการแข่งขันกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแข่งปั่นจักรยาน ในปี 1988 ทัวร์ฝรั่งเศส ทีม PDM และนักปั่น Theunisse มีข่าวฉาวใช้สารกระตุ้นเช่นเดียวกันนี้  การปฏิเสธ การโกหกและการทะเลาะเบาะแว้งทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นข่าวใหญ่โตในความสนใจของสื่อ  ผู้คนในประเทศแบ่งออกเป็นสองฝ่าย มีกลุ่มผู้ติดตามที่ยังคงเชื่ออย่างไร้ข้อกังขาในความบริสุทธิ์ของเขา และมองว่าเขาตกเป็นเหยื่อของผู้มีอิทธิพลในทัวร์ฝรั่งเศส ซึ่งผู้คนกลุ่มนี้เป็นผู้คนกลุ่มใหญ่ นักปั่นรายนี้ได้รับการยกย่องให้มีสถานะดั่ง นักบุญผู้โชคร้ายต้องเผชิญกับความไม่ยุติธรรมอันใหญ่หลวง  จนกระทั่งถึงวันนี้ ประเด็นนี้ก็ยังคลุมเครืออยู่ ส่วนนักปั่น Theunisse ก็ออกมาให้สัมภาษณ์เป็นพักๆ ประกาศว่าเขาไม่เคยใช้สารเทสโทสเตอโรน แม้ว่าจะไม่มีใครเชื่อเขาแต่เขาก็พูดยังยืนยันต่อไป คำอธิบายสุดท้ายของเขาก็คือ โรคไทรอยด์และโรคกระดูกพรุนทำให้ผลทดสอบที่ออกมาต่างออกไปจากปกติ จนสุดท้ายอาจจะกลายเป็นว่า Theunisse เชื่อเรื่องที่ตนเองแต่งขึ้นมา และป่วยจนมีอาการทางจิตที่เรียกว่า โรคโกหกตัวเอง  (Pseudologia fantastica) สังเกตได้จากอาการโกหกตัวเองที่ใช้อธิบายเหตุการณ์ประหลาดๆ ทั้งหลายที่เกิดขึ้น ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดก็คือ ตัวผู้ป่วยเองเชื่อในสิ่งที่ตนเองโป้ปดขึ้นมา

Gert jan Theunisse
ทีมของเขา
Harry Jansen หนุ่มประชาสัมพันธ์
Manfred Krikke ผู้จัดการ


“ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าเกิดอะไรขึ้น ผมไม่เคยใช้สารอะไรทั้งนั้น ร่างกายของผมผลิตเทสโทสเตอโรนเกินขนาดเท่านั้นเอง” Gert-Jan Theunisse กล่าวไว้ในปี 1988, 1989, 1990, 1999 และ 2009

หลังจากการปรึกษาพูดคุยกับ Manfred Krikke ผู้จัดการทีม  Jan Gisbers หัวหน้าทีม และ Harry Jansen นักประชาสัมพันธ์ เราถกเถียงกันเรื่องข้อผิดพลาดที่เราได้ทำมาทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดต่อสื่อสารกับทางสื่อ ผลสรุปของเราออกมาว่า เราต้องบอกความจริงทั้งหมดตั้งแต่ตอนเริ่มต้นเลย ถ้าเราทำเช่นนั้น ความสนใจจากสื่อคงจะมีไม่มากมายล้นหลามเช่นนี้ และพวกเราเองก็คงไม่ต้องได้รับคำวิจารณ์ในแง่ลบขนาดนี้

Harry Jansen หลังจากนั้นได้กล่าวเอาไว้เช่นนี้ นับว่าเป็นคำพูดประวัติศาสตร์เลยทีเดียว:
“ถ้าคุณตกเป็นข่าวหรือมีโอกาสที่จะตกเป็นข่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางลบ คุณต้องออกมาเป็นฝ่ายพูดเองเสียก่อน”

แต่สำหรับเรื่องการให้สาร intralipid ฉีดเข้าทางเส้นเลือดนี้ ดังที่เกิดขึ้นกับทีม PDM ในปี 1991 ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

เหตุการณ์ตึงเครียดเกิดขึ้นใหญ่โต ความเครียดนั้นสัมผัสได้อย่างชัดเจน แต่การไม่บอกความจริงและโกหกต่อไปเรื่อยๆกลับกลายเป็นประเด็นที่สื่อให้ความใจอย่างใหญ่หลวงกินเวลานานหลายปี  และอีกครั้ง ทางออกที่ดีที่สุดคือการเปิดเผย ชี้แจงความจริงทุกอย่างให้ทุกคนทราบ ในเช้าวันจันทร์เวลาเก้าโมงครึ่ง ทุกคนทราบดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเหล่านักปั่นก่อนการแข่งขันคืออะไร เมื่อคืนก่อน พวกเขาถูกฉีดให้สาร intralipid ที่ปนเปื้อนผ่านทางเส้นเลือดโดยทีมแพทย์ Wim Sanders เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น นักปั่นทั้งทีมล้วนมีอาการป่วยรุนแรง

แม้ว่าจะมีประสบการณ์จากกรณีสารเทสโทสเตอโรนของ Theunisse ในไม่กี่ปีก่อนหน้านั้น และมีมติเอกฉันท์ออกมาชัดเจนว่าควรจะทำเช่นไรหากเกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้ขึ้นอีกครั้ง แต่กลุ่มผู้นำของทีม PDM กลับเลือกทางออกที่แย่กว่า พวกเขาไม่ยอมบอกความจริง เล่าแต่เรื่องที่ปั้นแต่งขึ้นมา พวกเราจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง เราจ้างทีมทนายฟ้องร้องทางโรงแรมแล้ว เนื้อไก่ที่กินมีสารปนเปื้อน Jan Gisbers หัวหน้าทีมเกิดป่วยขึ้นมาและเรื่องอื่นๆ อีกมากมายไม่รู้จบ

และผมขอพูดอีกครั้งหนึ่ง “ทีมทั้งหมด คุณหมอ Wim Sanders นักประชาสัมพันธ์ Harry Jansen ผู้จัดการ  Manfred Krikke และหัวหน้าทีม Jan Gisbers ต่างรู้ดีตั้งแต่ในเช้าวันนั้นแล้วว่าสาเหตุที่แท้จริงของหายนะในครั้งนี้คืออะไร” คุณอยากรู้ว่าผมมั่นใจในเรื่องนี้ได้อย่างไรหรือ? คำตอบนั้นแสนง่าย ในเช้าวันจันทร์นั้น Wim Sanders โทรหาผมที่บ้านตั้งแต่เช้าตรู่ เขารู้สึกตกใจกลัวมากเพราะนักปั่นทั้งทีมเกิดป่วยอย่างหนักขึ้นมา  เขาไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรดี ครึ่งชั่วโมงต่อมา ผมโทรกลับหาเขาไปหลังจากปรึกษากับทางร้านขายยาและทางเภสัชกร  สาเหตุอาการป่วยของเหล่านักปั่นคือกระบวนการทำงานที่ผิดพลาดของ intralipid ผมจึงให้คำแนะนำไปว่า อย่าให้นักปั่นที่ป่วยลงแข่งขันโดยเด็ดขาด และควรจัดแถลงข่าวว่าทำไมเหล่านักปั่นจึงเกิดป่วยขึ้นมา

สิ่งที่เหมือนกับกรณีของ Charles Schwietert นั้นชัดเจนสำหรับผม แต่แม้หลังจากที่ผมออกความเห็นไปชัดเจนแบบนั้น พวกเขาก็ยังเลือกทางออกที่ผิด และไม่ได้บอกความจริงออกมา

ข่าวซุบซิบเรื่องการใช้สารกระตุ้น

นักปั่นที่โดนจับได้ว่ามีการใช้สารกระตุ้นจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตนหลุดพ้นจากข้อกล่าวหาดังกล่าว มีตัวอย่างข่าวมากมายเกี่ยวกับการใช้สารกระตุ้น ที่นำเสนอต่อไปนี้เป็นเพียงตัวอย่างส่วนน้อย

Jan Gisbers “เราทานไก่ที่ติดเชื้อไป” และ “ผมรู้สึกไม่ค่อยสบาย”
Cees Priem “ใช่ มันคือ อีพีโอ เฮงซวย คงมีบางคนเอามาใส่หูผม”
Erik Dekker “สายรัดแขนผมมันรัดแน่นเกินไป”
Dieter Baumann “มีคนเอาแนนโดรโลนใส่ในยาสีฟันผม”
Frank Vandenbroucke “มันเป็นยาสำหรับสุนัขของผม”
Manfred Krikke “เราจะหาสาเหตุที่แท้จริงให้เจอ”
Bart Wellens “ฟันผมอักเสบ”
Theunisse “ร่างกายผมสร้างสารเทสโทสเตอโรนมากเกินไป”
Rumsas “ยาที่ตำรวจฝรั่งเศสพบในรถภรรยาผมหลังจากทัวร์ฝรั่งเศส ที่จริงเป็นของแม่ยายผมที่กำลังป่วยหนัก”
Andrei Mikhailov “ทีมแพทย์ของ TVM กำลังถูกตรวจสอบโดยตำรวจฝรั่งเศส เพราะตรวจพบสารอีพีโอ 104 หลอดในครอบครอง และตามคำอ้างอิงของทีมตำรวจรัสเซีย อีพีโอนี้จะถูกส่งไปยังโรงพยาบาลของเด็กๆในมอสโก”

เนื้อไก่ปนเปื้อน
EPO ในรถผม
ที่รัดแขน
ยาสีฟัน
ยาสำหรับสุนัขของผม
ฟันผมอักเสบ
การเต้นรำ
เด็กๆ ในมอสโก

Jan Ullrich ในปี 1997  Ullrich ตรวจพบว่ามีการใช้สาร XTC  ณ ตอนนั้นเขาเพิ่งฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า สารนั้นไม่ได้ใช้เพื่อช่วยในเรื่องของการขี่จักรยาน แต่ช่วยให้เรื่องของการเต้นรำของเขาต่างหาก

Tyler Hamilton ตรวจพบว่าใช้สารกระตุ้นในทัวร์สเปน เขากล่าวไว้ว่า “ที่จริงแล้วต้องเรียกว่า “ไคมีร่า” มนุษย์น้อยคนนักจะมีลักษณะผิดปกติทางพันธุกรรมในระดับเซลล์เช่นนี้ เซลล์ลักษณะแปลกๆ ของ Hamilton ไม่ได้มากจากเลือดปนเปื้อนสารแปลกปลอม แต่มาจากน้องชายฝาแฝดที่ไม่ได้ลืมตาดูโลกมาต่างหาก”

Björn Leukemans มีเจ้าหน้าที่ตรวจการใช้สารต้องห้ามมาเยี่ยมเยียนในช่วงเวลาสุดแสบ นักปั่นชาวเบลเยี่ยมกำลังมีความสัมพันธ์กับแฟนสาวอยู่ ผลทดสอบการสารออกมาว่ามีการใช้สารกระตุ้นเทสโทสเตอโรน  “ก็เป็นเหตุเป็นผลนะครับ”  Leukemans กล่าว “เราต้องหยุดความสัมพันธ์ของเรา เพราะผมต้องไปปัสสาวะเพื่อตรวจหาสารกระตุ้น”

นักปั่นชาวอิตาเลียน Gilberto Simoni ถูกจับได้ว่ามีการใช้สารโคเคน

โคเคนไม่ได้ใช้เพื่อเป็นสารกระตุ้นในการปั่นจักรยานเท่านั้น Simoni ประกาศว่าเขาต้องได้ยานี้มากจากหมอฟันหนึ่งวันก่อนที่จะมีการตรวจสารกระตุ้น

สัมพันธ์กับแฟนสาว
ไคมีร่า
เนื้อที่มีสาร clenbutorol
มันเคยเป็นจักรยานของฉัน แต่ตอนนี้ไม่ใช่นะ

สำหรับ Christian Henn มีการตรวจพบการใช้สารกระตุ้น เทสโทสเตอโรน ในระดับที่สูงลิบลิ่ว เนื่องด้วยคู่สามีภรรยา Henn ต้องการบุตรคนที่สอง แม่ยายของเขาเลยให้น้ำดื่มสมุนไพรมาให้นักปั่นดื่มเพื่อเสริมโอกาสในการมีบุตร

ในปี 2002 Giro Stefano Garzelli ถูกจับได้ว่าใช้สาร probenecid ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ปกปิดเมื่อมีการใช้สารกระตุ้น อ้างอิงจากเพื่อนร่วมทีม Marco Pantani  ที่ตรวจพบ probenecid เป็นเพราะว่าได้กินเนื้อเป็ดปนเปื้อนไปในช่วงต้นสัปดาห์

Femke Van den Driessche นั่นเคยเป็นจักรยานของฉัน แต่ตอนนี้ไม่ใช่นะ ฉันขายจักรยานนี้ไปให้เพื่อน เขาวางจักรยานข้างๆ รถบรรทุกของทีม แล้วช่างก็ทำความสะอาดและเอาจักรยานขึ้นรถไปด้วย

Alberto Contador เพื่อนผมให้ผมมา ตอนวันที่พักอยู่ เป็นเนื้อวัวที่มีสาร clenbuterol ปนเปื้อน

หรือไม่ถ้าเช่นนั้น ผลตรวจสอบที่พบว่ามีการใช้สารกระตุ้นก็จะกลายเป็นข่าวฉาวที่กินพื้นที่สื่อไปหลายวัน และอาจจะเป็นประเด็นหลักที่คนพูดถึงกันในวันนั้น เราไม่สามารถรู้ได้ล่วงหน้าเลย ตลอดอาชีพแพทย์ของนักปั่นของผม ผมมักจะต้องรอคอยระเบิดนี้ปะทุขึ้นโดยเปล่าประโยชน์ แต่แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในขณะที่มีองค์ประกอบทุกอย่างพร้อม

องค์ประกอบสำหรับการสร้างข่าวฉาวอื้อฉาวได้แก่

  • เวลาและสถานที่นั้นสำคัญมาก กรณีตรวจพบสารกระตุ้นในทัวร์ฝรั่งเศสนั้นได้รับความสนใจอย่างมาก ในช่วงการแข่งขันการปั่นจักรยานระดับโลกรายการใหญ่ๆ ความใส่ใจของนักข่าวนั้นมีสูงมาก นักข่าวเหล่านั้นต้องมีคติประจำใจว่า “ยิ่งรายการสกปรกแค่ไหน ก็ยิ่งดีแค่นั้น”
  • นักปั่นที่ใช้สารกระตุ้นที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องเป็นคนที่น่าสนใจพอสมควร เขาต้องเป็นคนที่ดึงดูดจินตนาการได้ Virenque เป็นตัวอย่างชั้นดีสำหรับจุดประสงค์นั้น แม้ว่าเขาจะถูก Frank Vandenbroucke เอาชนะได้ก็ตาม นักปั่นอันดับต้นๆ เป็นจุดสนใจที่ดีเสมอ
  • แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขาเหล่านั้นต้องกำลังโกหก โกงและปฏิเสธทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ ที่ดีที่สุดคือต้องพูดสวนทางกับหลักฐานที่ชัดเจนและสวนทางตรรกะเหตุผล

ไม่มีอะไรน่าเบื่อและไม่น่าสนใจสำหรับเหล่านักข่าวไปกว่านักปั่นที่ออกมายอมรับความจริง ซึ่งนั่นทำให้ไม่มีข้อมูลไปเขียนบทความที่น่าสนใจในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารกีฬา นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ผมไม่ได้ข่าวอันน่าตกใจเรื่องที่ Joop Zoetemelk ได้รับเลือด 3 ยูนิตในปี 1976 โดยแพทย์กีฬาชาวฝรั่งเศส Fuchs ที่ปารีส การให้เลือดเช่นนี้ในขณะนั้นยังไม่ผิดกฎ วิธีการดังกล่าวไม่นับว่าเป็นการใช้สารกระตุ้น  ผมได้อ่านข่าวนี้ในบทความ Joop Zoetemelk ที่เขียนโดย  Joop Holthausen   Jacob Bergsma และ Peter Ouwerkerk

Joop Zoetemeik
Intralipid
Virenque

Peter Ouwerkerk ในปี 1976 เป็นผู้สื่อข่าวให้กับหนังสือพิมพ์ดัตช์ที่ทัวร์ฝรั่งเศส เขาเขียนรายงานถึงเรื่องการให้เลือดนี้อย่างเข้มข้นในหนังสือพิมพ์ของเขา และ the Times รวมถึง L’Equipe ก็เขียนถึงในรายละเอียดเช่นเดียวกัน ในขณะนั้น แทบไม่มีใครใส่ใจเรื่องนี้เลย และเรื่องนี้ก็ไม่เคยตกเป็นข่าวอื้อฉาว  แม้กระทั่งตอนนี้ที่มีการตีพิมพ์หนังสือเล่มใหม่นี้ Zoetemelk ก็แทบไม่มีข้อคิดเห็นอะไรเลย

เป็นเหตุการณ์ที่น่าแปลกใจมาก เราไม่สามารถคาดเดาได้เลย

ไม่ตลกไปทุกครั้งนักหรอกที่จะได้ฟังว่าคราวนี้นักปั่นจะแก้ตัวให้หลุดพ้นจากข้อกล่าวหาการใช้สารกระตุ้นยังไงอีก ที่จริงไม่ตลกเลยเสียด้วยซ้ำเพราะว่า มีแต่เรื่องไร้สาระที่สื่อจะให้ความสนใจและทำให้วงการการปั่นจักรยานมีชื่อเสียเสียหาย และเช่นนั้นแล้ว นักปั่นเองก็มักจะได้รับการอ้างถึงว่าเป็นกลุ่มคนที่ไม่ฉลาดเอาเท่าไหร่ พูดในนัยหนึ่งก็คือ พวกเขาไม่ใช่ไอน์สไตน์ พวกเขาไม่ได้ประดิษฐ์ดินปืนได้และไม่ได้ทำให้แม่น้ำเทมส์ลุกเป็นไฟ