037 การเสริมเครื่องกล – คิดน้อยเกินไป

บทความ

Femke ได้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่เอาไว้ในช่วงการแข่งขันไซโคลครอสเวิร์ลด์แชมเปี้ยนชิป ที่ Zolder ประเทศเบลเยี่ยมเมื่อไม่นานมานี้  ด้วยการถูกจับได้ว่าเธอแอบโกงติดตั้งมอเตอร์ไว้ที่เฟรมจักรยาน ซึ่งทำให้มีกำลังเพิ่มขึ้น 200 วัตต์ ซึ่งเป็นกำลังที่มากอยู่ มากกว่าการโกงรูปแบบอื่นๆ ทุกรูปแบบ การใช้สารอีพีโอหรือการให้เลือดอาจส่งผลให้มีกำลังเพิ่มขึ้นได้ดีเช่นกัน แต่เทียบไม่ได้เลยกับการแอบติดตั้งมอเตอร์เอาไว้

สิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจคือ การที่เหตุการณ์ในครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างท่วมท้มทั้งทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และแม้กระทั่งโซเชียงลมีเดีย โดยกินระยะเวลาอยู่สองสามวัน  ไม่นานหลังจากนั้นเรื่องก็ลามไปทั่วทั้งโลก ทุกคนต้องการออกมาแสดงความคิดเห็นของตน เริ่มต้นที่ Eddy Stimul Merckx ผู้ใช้สารต้องห้ามมากมายในช่วงอาชีพของแข่งของเขา และ Brian Cookson ประธานแห่ง UCI ผู้ซึ่งออกมารายงานว่าเรื่องนี้ต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียดที่สุด  และ Marc Madiot ประธานสมาพันธ์นักปั่นจักรยานมืออาชีพฝรั่งเศสก็กล่าวว่า “ถูกห้ามลงแข่งตลอดชีวิตเป็นทางเลือกหนึ่งเท่านั้น อนาคตของการปั่นจักรยานกำลังอยู่ในภาวะเสี่ยง” ผมมีความคิดมาตลอดว่าพวกคนที่ออกมา “เสนอความคิดเห็น” เหล่านี้ต้องการแสดงให้เห็นว่าพวกเขานั้นขาวสะอาดเพียงใด และพวกผู้กระทำผิดนั้นเสื่อมทรามเพียงใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่เคยใช้สารกระตุ้นแต่ไม่เคยถูกจับ พวกเขาใช้เทคนิคนี้จนชำนาญเชียวแหละ ยกตัวอย่างเช่น นักปั่นมืออาชีพชาวดัตช์ Erik Dekker และ เจ้าของเหรียญทองระยะ 800 เมตร Ellen van Langen ผู้ออกมากล่าวโทษ Ria Stalman เมื่อเร็วๆ นี้ เพราะเธอได้ออกมาสารภาพว่าใช้สารกระตุ้นหลังจาก 34 ปีผ่านไป Ellen van Langen กล่าวในหนังสือพิมพ์ว่า “ไม่มีใครโค่นฉันและนักกีฬาชั้นนำคนอื่นๆ ลงได้หรอก พวกเขามีความเคารพในตนเอง มีความเชื่อมั่น ซื่อตรงต่อตัวเอง”  นั่นเป็นคำตอบที่เรามักได้ยินจากนักกีฬาที่เคยใช้สารกระตุ้นมาก่อน  ซึ่งเหมือนกับคนอื่นๆ อีกมากมายเช่น Paula Radcliffe กับสถิติโลกมาราธอนที่ 2.15.25 ชั่วโมง

Eddy Merckx
Brian Cookson
Erik Dekker
Ellen van Langen

แต่ผมไม่คิดเช่นนั้น กลับมาที่เรื่องของ Femke Van den Driessche และมอเตอร์ของเธอ Cookson ไม่ได้กล่าวอะไรเกี่ยวกับความล้มเหลวของนโยบาล UCI ในเรื่องดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้ต่อสู้กับประเด็นเรื่องการโกงโดยทั่วไป ที่เกิดขึ้นมาหลายต่อหลายปีแล้ว ทาง UCI ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 ปีในการพัฒนาวิธีการตรวจสอบจักรยานว่ามีการแอบติดตั้งมอเตอร์หรือไม่ที่ท่อแนวตั้ง ไม่นานมานี้พวกเขาสามารถเข้าควบคุมจักรยานสองคันได้ภายในหนึ่งชั่วโมง แต่ด้วยเทคนิคแบบใหม่นี้ ใช้เวลาเพียงหนึ่งนาทีเท่านั้น ดังนั้นพวกเขาจะสามารถทำสถิติได้ถึง 60 คันในหนึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว หากโชคดีหน่อยนะ

ช่างสองคนที่ยังทำงานให้กับทัวทีมระดับมืออาชีพบอกกับผมเกี่ยวกับเรื่องการควบคุมจักรยานของทาง UCI อันน่าขันสิ้นดีที่มีมาตั้งแต่ปี 2010 ซึ่งก็เท่ากับมากกว่า 5 ปีมาแล้ว ทันทีหลังการแข่งเสร็จสิ้นพวกเขาจะได้ปรากฏตัวต่อหน้าทีมที่พวกเขาต้องการตรวจสอบจักรยาน พวกเขาปล่อยทิ้งจักรยานไว้ที่ทีม แต่มีการสัญลักษณ์ให้จำได้เอาไว้โดยการนำเชือกพลาสติกมาหุ้มรอบคันจับ เชือกนี้จะแกะออกยากมากแทบจะแกะออกไม่ได้เลย  โดยปกติประมาณหนึ่งทุ่ม พวกเขาจะกลับมาที่ทีมเพื่อทำการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

ช่างทั้งสองคนประหลาดใจกับวิธีการตรวจสอบจักรยานมาก ท้ายที่สุดแล้วถ้าหากว่ามีมอเตอร์แอบซ่อนอยู่ในจักรยาน ไม่ยากเลยที่จะถอดออกแล้วย้ายไปใส่คันอื่นแทนหากจำเป็น  ไม่มีใครฉลาดกว่าใครหรอก มีคนรู้ว่าการควบคุมตรวจสอบจะจบลงแบบนี้ ดังนั้นก็เป็นเหตุเป็นผลดีนะครับว่าทำไมในหลายปีที่ผ่านมานี้ ไม่มีการตรวจพบมอเตอร์ที่ซ่อนเอาไว้เลย

จากกรณีการโกงของ Femke ผมจึงเข้าใจได้ชัดเจนว่ามอเตอร์นั้นถูกพัฒนาดีขึ้นเท่าใด ทำงานได้ดีแค่ไหน และหาซื้อได้ง่ายเพียงใด  รวมไปถึงความจริงที่กล่าวไปข้างต้นและการทำงานผิดพลาดของทาง UCI แล้ว ไม่ช้าหรือเร็วเราก็ต้องตรวจพบการโกงแบบเสริมเครื่องกลครั้งแรกอย่างแน่นอน  Femke กระทำผิด ครอบครัวของเธอกระทำผิด และ UCI ก็ผิดที่ปล่อยปละละเลยและแสดงให้เห็นถึงความไม่เป็นมืออาชีพอย่างร้ายแรงที่สุด  อย่าปล่อยให้คนของ UCI จัดการปัญหานี้เลย โดยมากแล้วพวกเขามักจะไม่เป็นกลางและอวยการแข่งการปั่นจักรยานมากเกินไป ดังนั้นพวกเขาจึงถูกปั่นหัวได้ง่าย ผมคิดว่าด้วยประสบการณ์ 25 ปีในวงการการปั่นจักรยานของผม ผมมีสิทธิ์ที่จะพูดเช่นนี้

เรื่องราววุ่นวายเรื่องการโกงแบบใช้มอเตอร์นั้นกินเวลาเป็นปีๆ ในความคิดเห็นของผม เรื่องเริ่มจาก Fabian Cancellara ในช่วงการแข่งขัน Tour of Flanders ปี 2010  เขาขี่จักรยานทิ้งห่าง  Tom Boonen ซึ่งเป็นเพื่อนนักปั่นคนเดียวที่ทำระยะทิ้งห่างคนอื่นๆ มากับเขาใน ‘the Wall of Geraardsbergen’อย่างสบายๆ เขาอ้างว่า Tom Boonen เป็นพวกหน้าใหม่  ความแตกต่างและอาการขี่แบบสบายๆ นั้นมีต่างกันมากเกินไปจนผิดสังเกต นอกจากนั้นแล้ว Fabian Cancellara หรือที่มีชื่อเล่นว่า Spartacus ก็ยังนั่งกระวนกระวายเรื่องตัวเบรกของเขาด้วย  ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น การที่ Cancellara เปลี่ยนจักรยานถึงสามครั้งในช่วงเวลาความเป็นความตายในการแข่งขันก็ยังเป็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยอย่างมาก  หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นใน Paris Roubaix เขายิ่งแสดงการแข่งขันที่น่าสนใจมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ  การที่เขาทิ้งเหล่าคู่ต่อสู้ไว้ข้างแปลกแบบอย่างที่ไม่น่าเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นปีใน 2010

Paula Redcliffe
Femke van den Driessche
Fabian Cancellara
Tom Boonen


ในขณะเดียวกัน เรื่องราวของ Femke ก็ได้ตอกย้ำให้ผมตระหนักถึงเรื่องการโกงแบบเสริมเครื่องกลที่เกิดขึ้น และด้วยเหตุนั้นเอง ผมจึงรู้สึกขอบคุณเธอ มอเตอร์เล็กๆ เครื่องนั้นเป็นเทคโนโลยีใหม่อันก้าวล้ำ ติดตั้งได้แยบยลแทบมองไม่เห็น  Math Salden เจ้าของร้ายขายจักรยานทางตอนใต้ของเนเธอร์แลนด์ โฆษณาขายจักรยานแข่งแบบติดตั้งมอเตอร์เอาไว้  ขณะที่ข้อมูลต่างๆ ไหลเข้ามาท่วมท้นเข้ามา เจ้าของร้านจักรยานกล่าวว่า เขาได้ขายจักรยานลักษณะนี้ไปเป็นสิบๆ คันแล้ว  เน้นขายให้กับนักปั่นที่มีอายุ และนักปั่นที่รักสนุกผู้ต้องการแสดงฝีไม้ลายมือเรียกร้องความสนใจ  สำหรับนักปั่นที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน เขาไม่อยากขายให้เพราะว่าจักรยานเหล่านี้ไม่ได้ทำขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์ดังกล่าว  นักปั่นรุ่นเด็กพยายามเปลี่ยนความคิดของชายเจ้าของร้านโดยสัญญาว่าจะให้เงินรางวัลเขาถึงครึ่งหนึ่ง  โชคดีที่ชายเจ้าของร้านไม่หลงกล เขาเปรียบเหมือนผู้คุ้มกันความยุติธรรม บอกว่าไม่ควรเกิดเรื่องประหลาดเช่นนี้เกิดขึ้น

Maikel Boogerd
Wall Of Geraardsbergen
Johan Museeuw

แต่มันเกิดขึ้น และยังมีวีดีโอมากมายบน YouTube แสดงให้เราเห็นว่ามอเตอร์นั้นถูกทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร นักปั่น Museeuw ลองทดสอบดูที่ Oude Kwaremont เขาปั่นจักรยานมาคู่กับนักปั่นอีกคนหนึ่งที่ได้รับฝึกฝนมาอย่างดี ในครั้งแรกทั้งสองคนใช้จักรยาน velo-naturel ในความพยายามครั้งแรกนักปั่นอีกคนหนึ่งตาม Museeuw ไม่ทันเลย ในครั้งที่สอง นักปั่นอีกคนเปลี่ยนมาใช้จักรยานแบบที่มีมอเตอร์เสริม ส่วน Museeuw ยังคงใช้จักรยาน velo-naturel คันเดิมของเขา ความแตกต่างที่เกิดขึ้นนั้นแทบไม่น่าเชื่อ ครั้งนี้เป็น Museeuw ต่างหากที่ไม่สามารถตามนักปั่นอีกคนได้ทันเลย  การทดสอบลักษณะนี้ Boogerd ก็ได้ลองทดสอบดูที่ Wall of Geraardsbergen และครั้งนี้ก็เช่นกัน ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ต่างกับการทดสอบของ Kwaremont เลย  ซึ่งนั่นหมายความว่า จักรยานที่เสริมมอเตอร์นั้นให้ผลลัพธ์ที่ดีมากในเรื่องของการเสริมกำลัง

แม้ว่าจะมีคนออกมากล่าวหาว่ามอเตอร์ลักษณะเช่นนั้นไม่ส่งผลอะไรหรอก เนื่องจากการทดลองนั้นเป็นการทดลองที่ไม่ได้ควบคุมแบบปิดสองด้าน ขอผมตอบกลับว่าไร้สาระได้ไหม? ผมไม่คิดเช่นนั้นเลย  ศาสตราจารย์ Adam Cohen นักวิจัยด้านการใช้ยา อ้างว่า สาร EPO นั้นไม่ได้ช่วยให้ผลลัพธ์จากการปั่นจักรยานดีขึ้น แถมยังเสี่ยงต่อการบาดเจ็บสูงอีกด้วย รวมคำกล่าวอ้างผิดๆ ไว้ในประโยคเดียวกันเลย นอกจากนี้ นักจิตวิทยา Bram Brouwer ก็อ้างว่า จากวิทยานิพนธ์ของเขา สาร EPO ใช้ไม่ได้ผล และพวกนักปั่นก็ช่างโง่เขลาเสียเหลือเกินที่หลงเชื่อใช้ยาราคาแพงที่ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรเลย

Adam Cohen
Bram Brouwer
Herman Ram


เป็นการเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์กับนักวิจัยวิทยาศาสตร์เหล่านี้ ที่เชื่อว่าสาร EPO ไม่ได้ช่วยให้ผลงานของนักกีฬาที่ต้องใช้ความอึดดีขึ้นแต่อย่างใด เป็นงานวิจัยที่ไร้ประโยชน์สิ้นดี พวกเขาควรได้รับบทลงโทษให้เว้นจากการประกอบอาชีพ หรือยกเลิกการประกอบอาชีพด้านนี้ไปเลยตลอดชีวิต นี่แย่ไปกว่าการใช้สารกระตุ้นที่ร้ายแรงที่สุดเสียอีก

และเพื่อให้เรื่องแย่ลงไปอีก การวิจัยศึกษาเรื่องผลกระทบของ EPO ต่อผลงานของเหล่านักกีฬาชั้นนำกำลังจะถูกจัดขึ้นเร็วๆ นี้ที่เนเธอร์แลนด์  จากรายงานหนังสือพิมพ์ ระบุว่าข้อพิพาทในประเด็นนี้เกิดขึ้นเป็นเวลาหลายปีแล้ว เท่าที่ผมทราบคือ ไม่มีการถกเถียงในประเด็นที่ว่า EPO นั้นส่งผลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของเหล่านักกีฬาที่ต้องใช้ความอึดหรือไม่ มีผลงานตีพิมพ์ด้านวิทยาศาสตร์จำนวนมากมายนับไม่ถ้วนเกี่ยวกับหลักฐานในประเด็นนี้ และนักกีฬางี่เง่าเหล่านี้ที่เชื่ออย่างหมดใจในประสิทธิภาพของ EPO ว่าจะช่วยพวกเขาได้ ต่างรอคอยผลการตรวจสอบเช่นนี้อยู่   Jules Heuberger ผู้ที่ก่อนหน้านี้เคยทำงานกับ Adam Cohen เป็นผู้รับผิดชอบในการตรวจสอบดังกล่าว  หนึ่งในสมาชิกผู้โดดเด่นของทีมนักวิจัยในครั้งนี้ก็คือ Herman Ram ผู้เป็น CEO ขององค์กรตรวจสอบการใช้สารต้องห้ามดัตช์ (Dutch Doping Authority) ผู้ทำหน้าที่เป็นดั่งกล้องคอยสอดส่องเพื่อให้กีฬาขาวสะอาดปราศจากสารกระตุ้นของประเทศเรา สิ่งที่ Ram กำลังทำอยู่ตอนนี้นั้นไม่สามารถเข้าใจได้และไม่เป็นเหตุเป็นผลโดยสิ้นเชิง  นอกจากนั้นแล้ว ยังไม่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ภาระงานของเขาด้วยซ้ำ ข้อแก้ตัวที่เขาใช้อ้างเพื่อร่วมทีมตรวจสอบก็สะเปะสะปะ และไม่ว่าผลออกมาจะเป็นอย่างไร ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อยู่ดี ถ้า Ram บอกว่า EPO ใช้ไม่ได้ผล แม้แต่สุนัขก็ยังไม่เชื่อเขาเลย  และเมื่อเขาอ้างว่า EPO นั้นได้ผล เป็นยาที่ช่วยเสริมสมรรถภาพได้ ก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเช่นกัน  นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Herman Ram ทำตัวน่าขันขนาดนี้ ผมนึกไม่ออกเลยว่าจะมีคนฉลาดๆ คนไหนกำลังรอผลการตรวจสอบเช่นนี้อยู่  เป็นการเสียเงินภาษีและเวลาโดยเปล่าประโยชน์ นักการเมืองควรเข้ามาตรวจสอบและจัดการงานวิจัยนี้เสียที                      การถกเถียงหรืองานวิจัยเกี่ยวกับวิธีการจัดการการใช้สารกระตุ้นที่ดีขึ้นและได้ผลมากขึ้นสำหรับการปั่นจักรยานและกีฬาชนิดอื่นๆ น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการควรคุมการใช้สารต้องห้าม ตัวเลขของทางองค์กรต่อต้านสารต้องห้ามโลก (World Anti-Doping Agency: WADA) เปิดเผยว่าการตรวจสอบเกือบ 25,000 ครั้งนำไปสู่โทษหยุดการเล่นกีฬาถึง 235 ครั้งในปี 2013 ซึ่งนับเป็นตัวเลขน้อยกว่า 1 เปอร์เซ็นต์เสียอีก  ในขณะที่ตัวเลขการใช้สารต้องห้ามจริงๆ ในงานวิจัยหลายชิ้น คาดการณ์ไว้ที่ 20 – 30 เปอร์เซ็นต์ องค์กรขนาดใหญ่อย่าง  UCI และ IAAF ควรหยุดเข้ามาข้องเกี่ยวกับเรื่องการใช้สารกระตุ้น และปล่อยให้เป็นหน้าที่ขององค์กรอิสระอื่นๆ ขณะนี้ ทาง UCI เป็นผู้ตัดสินใจว่านักปั่นคนใดควรจะถูกตรวจสอบ ตามด้วยการออกกฎควบคุมการใช้สารต้องห้าม และสุดท้ายนักปั่นที่ถูกจับด้วยข้อหาการใช้สารกระตุ้นก็จะถูกลงโทษโดย UCI ระบบการจัดการเช่นนี้เป็นระบบที่ใช้ไม่ได้และก่อให้เกิดการทุจริตในเวลาต่อมา                      มากไปกว่านั้นแล้ว รายชื่อของสารต้องห้ามควรจะได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างด่วนที่สุด และควรทำให้รายชื่อสารนั้นสั้นลง เนื่องจากหลายชื่อผลิตภัณฑ์และวิธีการนั้นไม่นับว่าเป็นสารกระตุ้นต้องห้ามหากมองในมุมของวิทยาศาสตร์  นอกจากนี้ความเป็นส่วนตัวของนักกีฬาก็ควรจะได้รับการป้องกันที่ดีขึ้นด้วย ในขณะนี้ดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะได้รับอนุญาตภายใช้ชื่อการเล่นกีฬาที่ขาดสะอาด และสุดท้ายทาง WADA ควรจะต้องถูกควบคุมตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ เนื่องจากขณะนี้พวกเขาสามารถทำอะไรก็ตามที่ใจโดยที่ไม่ได้รับการควบคุมใดๆ เลย

Bradley Wiggins เป็นอีกคนหนึ่งที่เชื่อว่ามีการแอบใช้มอเตอร์ในกลุ่มนักปั่นโปรกลุ่มใหญ่ก่อนหน้านี้ หากลองดูวีดีโอใน YouTube แล้ว จะเห็นว่า หลังจากที่ชน จักรยานของ Ryder Hesjedal ใน Tour of Italy ยังคงหมุนอยู่รอบๆ เนื่องจากล้อหลังยังคงหมุนอยู่อย่างแรงด้วยพลังของมอเตอร์ที่ยังทำงานอยู่

ภาพวีดีโอของ Femke Van den Driessche ขณะที่ปีนขึ้นบน Koppenberg แสดงให้เห็นว่าเธอปั่นจักรยานให้ดีแค่ไหนด้วยการเสริมมอเตอร์ และความแตกต่างระหว่างเธอและคนอื่นๆ มีมากเพียงไร  โดยเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนในการแข่งขันของนักปั่นหญิง  เธอขึ้นสู่จุดสูงสุดผ่านทางปั่นสั้นคดเคี้ยว 600 เมตรด้วยเวลานำกลุ่มนักปั่นคนอื่นๆ 10 วินาที  ซึ่งทำให้กลุ่มคนวงในสงสัยว่าเธออาจแอบใช้มอเตอร์ เหล่านักปั่นในกลุ่มนักปั่นหลักต่างรู้สึกแบบเดียวกัน ในทุกๆ การแข่งขันที่ผ่านมา Femke ตามนักปั่นหญิงบางคนอยู่สองนาที  เมื่ออยู่ดีๆ เธอก้าวขึ้นมาเป็นแชมเปี้ยนของรายการการแข่งขันที่เบลเยี่ยมและยุโรปจึงเป็นที่น่าสงสัยอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหล่านักปั่นหญิงกลุ่มเดียวกันนั้นเองไม่สามารถตาม Femke ได้เลยในการแข่งขันเหล่านั้น  ผมยังได้ยินมาอีกว่า UCI ได้รับการจ้างวานเพิ่มเป็นพิเศษให้ไปตรวจสอบจักรยานของ Femke  เช่นนี้แล้ว ถ้าลองดูความสำเร็จของ UCI ที่ได้มาด้วยวิธีการนี้ จึงไม่เห็นเหตุผลใดที่จะทำท่าภูมิอกภูมิใจในตนเองอย่างที่เป็นอยู่  UCI ยังคงเป็นองค์กรอันย่ำแย่ที่มีคนที่ค่อนข้างไม่น่าเชื่อถืออย่าง Cookson เป็นผู้นำ การออกมาตะโกนบอกอยู่เรื่อยๆ ว่ากีฬาปั่นจักรยานนั้นเปลี่ยนไปแล้ว และการใช้สารกระตุ้นแทบไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว นับเป็นภาพความคิดจอมปลอมที่เข้ามาขวางทางแก้ไขที่ดีต่างหาก  ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความคิดที่อยู่ในหัวของเหล่านักปั่น ผู้นำทีมหรือผู้จัดการทั้งหลายได้ และก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความคิดของเหล่าผู้จัดการธนาคารที่มีแต่ความโลภและมีความประพฤติอย่างพวกมาเฟียได้เลย

มนุษย์ ซึ่งหมายรวมถึงเหล่านักกีฬา ต่างมีความร้ายกาจอยู่แล้วโดยธรรมชาติ ดังนั้นพวกเขาจึงโกง คุณจะเห็นว่าการโกงไม่ใช่เกิดขึ้นในการปั่นจักรยานเท่านั้น แต่ยังเกิดขึ้นในสังคมทุกภาคส่วน ข้อแตกต่างก็คือเหตุการณ์การแอบติดตั้งมอเตอร์เล็กๆ ครั้งนี้ได้รับความสนใจมากเกินไป  และผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนต่างพูดด้วยน้ำเสียงรังเกียจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องแย่ๆ สำหรับวงการการแข่งขันปั่นจักรยาน และแสดงให้เห็นอีกครั้งหนึ่งว่าพวกเขาไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย  Sven Nijs, Danny de Bie, Marianne Vos, Eddy Merckx, Carl van Nieuwkerke, Brian Cookson และคนอื่นอีกมากมายเกิดจะกล่าวได้หมดพูดลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่จะเหยียบย่ำกีฬาปั่นจักรยานให้จมดิน  แน่นอนว่าเป็นคำพูดที่ไร้สาระ เพราะว่าพฤติกรรมลักษณะเช่นนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพฤติกรรมมนุษย์ทั้งหมด ไม่สามารถกำจัดให้หมดสิ้นได้ ความคิดเห็นจากผู้คนเหล่านี้กลับทำให้เรื่องราวแย่ลงไปกว่าเดิมเสียอีก

คนที่ร้ายกาจกว่า ยกตัวอย่างเช่น พวกคนที่ทำงานในระบบการธนาคาร พวกเขาปรนเปรอตัวเองด้วยรายได้จากลูกค้าที่จ่ายเงินมาสำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ไม่สามารถเข้าใจได้แต่ดูน่าดึงดูดด้วยราคาแสนแพงไม่สมเหตุสมผล  จากนั้นก็ให้รางวัลตัวเองมากเกินไปเวลาที่ขายของขยะเหล่านั้นให้พวกลูกค้าโง่เขลาได้ ผมไม่เคยได้ยินพวกนักธนาคารมาเล่าให้ฟังเลยว่าธุรกิจของพวกเขามันเละเทะแค่ไหน  ในทางกลับกัน พวกเขาปกป้องตัวเองจากข้อครหาจากสาธารณชนเกี่ยวกับพฤติกรรมเอาแต่ได้และการเข้ามายุ่งกับเรื่องที่ไม่ใช่ของตนต่างหาก

ย้อนกลับมาที่ Femke ผู้ซึ่งดูเหมือนจะทิ้งทุกอย่างให้ดำเนินไปตามความต้องการของคนรอบข้าง พวกเขาได้จัดหาจักรยานติดมอเตอร์มาได้เธอ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นข้อสันนิษฐานที่ถูกต้อง จากการที่ผมได้ดูบทสัมภาษณ์ของคุณพ่อและลูกสาวที่อยู่ในห้องนั่งเล่นของครอบครัว ผมจึงเข้าใจอะไรต่างๆได้ดีขึ้น ผมอาจจะพูดภาษาต่างประเทศได้ไม่ดีเท่าใดนักแต่ผมชำนาญในเรื่องของภาษากายอย่างมาก Femke พูดตะกุกตะกักเล็กน้อยและดูกลัวที่จะพูดมากเกินไป คุณพ่อไม่ได้พูดอะไรมากนักแต่นั่งหดตัวดูเหมือนสุนัขกำลังโดนตี ดูเหมือนคนโรคจิตที่กำลังถูกจับ รายงานข่าวไม่ได้เขียนอ้างถึงความคิดเห็นของผม และระบุว่าการให้สัมภาษณ์ของ Femke ในครั้งนี้ ดูเหมือนเธอจะพูดความจริง ซึ่งนั่นไม่จริงสักนิดเลย  เธอเล่าเรื่องโกหกที่มาจากคุณพ่อของเธอต่างหาก

แต่แล้ว Femke จะมีความผิดน้อยลงหรือ หากครอบครัวคนสำคัญของเธอบังคับให้ติดตั้งมอเตอร์เครื่องนั้น? ดูเหมือนว่าจะเป็นความคิดเห็นที่ดูดีแต่สำหรับผมมันไม่ใช่  ด้วยอายุ 19 ปีของเธอ เธอต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเองและต้องเผชิญหน้ากับผลที่จะเกิดขึ้นตามมาให้ได้ น่าขันเสียจริง เมื่อมีข้อกล่าวหาว่ามีการโกงเกิดขึ้น การถูกลงโทษจะแบบเดียวกันทั้งหมดโดยไม่เปิดพื้นที่สำหรับการพูดคุยถกเถียงหรือข้อแตกต่างต่างๆ เลย discussion or nuance.

คุณพ่อของ Femke
Thomas Bach ผู้ก่อการร้าย
Ryder Hesjedal

เป็นที่ชัดเจนว่า คุณพ่อและเหล่าพี่ชายของเธอต่างก็มีความผิดเช่นเดียวกัน พวกเขาเป็นตัวการสำคัญสำหรับการโกงที่เกิดขึ้น แต่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นต่อเมื่อ Femke มีความกล้าและความเข้าใจลึกซึ้งมากพอที่จะพูดความจริงออกมา ผู้ร้ายลอบสังหารยังคงเป็นฆาตกรอยู่ แต่ผู้จ้างวานก็มีความผิดไม่แพ้กัน เป็นปัญหาใหญ่ครั้งสำคัญของ Femke เพราะเธอต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของ “บุคคลทั้งสาม” ผู้ที่อาจจะยังไม่พร้อมช่วยลูกสาวหรือน้องสาว และยอมรับความจริง สิ่งที่ตนทำลงไป

หาก Femke ยอมพูดความจริงแล้ว มันคงจะไม่ได้ลบล้างความผิดของเธอออกไปได้หรอก แต่ก็จะช่วยให้สถานการณ์ของเธอเบาบางลง  แต่เหตุการณ์นั้นคงจะไม่เกิดขึ้นเนื่องจาก “บุคคลทั้งสาม” ไม่ยินยอมอย่างแน่นอน ถ้าหากเธอพูดความจริง มีโอกาสเป็นไปได้สูงว่าเธอจะได้รับบทลงโทษที่เบาลงอย่างแน่นอน นอกจากนั้นแล้ว ความคิดเห็นของสาธารณชนที่ตอนนี้ไม่สนับสนุนเธอเลยจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นด้วย ภาระหน้าที่ที่เธอต้องแบกรับไปชั่วชีวิตก็จะน้อยลงอย่างมาก และโอกาสที่เธอจะกลับเข้ามาในการแข่งขันปั่นจักรยานก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วย การพูดความจริงอาจไม่ได้ช่วยให้ปัญหาทุกอย่างคลี่คลายลงไป แต่ก็ก่อให้เกิดผลดีตามมาหลายประการ

ความเกรี้ยวกราดในเรื่องการโกงแบบนี้ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อกระบวนการยุติธรรมในสังคมปกติ ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากมายหากเทียบกับสมัยยุคกลาง การลงโทษแบบถูกมัดไว้กับเสาแล้วเผาทั้งเป็นเป็นเรื่องของอดีต และถูกแทนที่ด้วยกลุ่มนักเคลื่อนไหวที่มาจาก kangaroo court ซึ่งก้าวเข้ามามีบทบาทในกรณีเรื่องการโกงเช่นนี้ อันที่จริงแล้ว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย เพิ่มเติมจากสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ในหลายๆครั้ง ผู้จัดการกีฬาจะเข้ามาทำให้กรณีการโกงนั้นแย่ลงมากกว่าที่เป็นอยู่ และก็ใช้การต่อสู้กับกรณีการโกงมาเป็นเครื่องมือเน้นย้ำความสำคัญของพวกเขา

เหล่าคนบาปขี้โกงถูกเผาทั้งเป็น เราจะได้โลกที่ดีกว่าเดิมกลับคืนมา


Thomas Bach ในฐานะที่เป็นประธาน IOC ออกโรงกล่าวปกป้องเรื่องค่าใช้จ่ายในการทดสอบการโกงที่แสนแพง การทดสอบนี้มีราคาประมาณ 1 ล้านยูโร แต่สำหรับ Bach ราคานี้เขารับได้ เนื่องจากเขามองว่าการโกงเป็นรูปแบบอาชญากรรมที่แย่กว่า เขาเป็นคนที่คุณไม่สามารถนั่งพูดคุยบนโต๊ะแบบปกติด้วยได้ ดังนั้น Femke ต้องได้รับบทลงโทษที่เด็ดขาด เพียงเพื่อเป็นตัวอย่างอันดี และส่งเสริมคุณลักษณะของความยุติธรรมในสังคม

ลองอ่านบทความถัดไปซึ่งจะอธิบายรายละเอียดเรื่องนักกีฬาควรจะตอบโต้อย่างไรหากผลการทดสอบการโกงออกมาว่าเขาโกง สำหรับกีฬา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแข่งปั่นจักรยาน ผมเชื่อว่าการโกหกและเรื่องเหลวไหลที่เหล่านักกีฬาโป้ปดออกมาหลังจากผลออกมาว่าพวกเขาโกง ทำให้พวกเขามีภาพลักษณ์ที่แย่ และคนในวงการการปั่นจักรยานก็มักถูกมองว่าเป็นคนโง่เขลา

วีดีโอคลิป

Museeuw:

Boogerd:

Paris Roubaix:

Ronde van Vlaanderen:

Cancellara:

Motor bike 1973: See on Facebook

Hesjedal:

Femke Koppenberg:

de Sjoemelfiets:

การเสริมเครื่องกลทำงานอย่างไร?

การเสริมเครื่องกลทำงานอย่างไร? 

ในเฟรมจักรยาน จะมีการแอบติดตั้งมอเตอร์อยู่ซึ่งจะเชื่อมต่อโดยตรงกับ bracket เมื่อกดปุ่มลับที่คันจับ แบตเตอรี่จะส่งผลให้มอเตอร์ก็เริ่มทำงานด้วย และนักปั่นก็จะได้แรงปั่นมากขึ้น