036 การเสริมเครื่องกล – FEMKE VAN DEN DRIESSCHE – ใครเชื่อเธอบ้าง?

FEMKE VAN DEN DRIESSCHE เธอเป็นหนึ่งในนักกีฬาไซโคลผู้มีความสามารถ จนกระทั่งเธอถูกจับได้ว่ามีการแอบติดตั้งมอเตอร์เสริมที่จักรยานของเธอ

เส้นทางอาชีพนักปั่นของ Femke Van den Driessche นั้นดูรุ่งโรจน์ดีจนกระทั่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อันที่จริง ไม่ค่อยมีใครรู้จักเธอเสียเท่าไหร่ จนกระทั่งมีข่าวเรื่องการแอบติดตั้งมอเตอร์ขนาดเล็กที่จักรยานของเธอดังขึ้นมา คราวนี้ชื่อเสียงของ Femke Van den Driessche ดังกระฉ่อนโลกเลยทีเดียว ไม่เพียงแต่มีกลุ่มคนต่อว่าว่าพฤติกรรมของเธอไม่สมเป็นนักกีฬาเท่านั้น แต่ผู้ชนะรายการทัวร์อย่าง Chris Froome ยังเรียกร้องให้มีมาตรการที่เด็ดขาดมากขึ้นสำหรับ “การเสริมเครื่องกล” แถม Eddy Merckx นักปั่นในตำนานยังบอกว่า Femke ควรได้รับบทลงโทษที่รุนแรงอีกด้วย การห้ามลงแข่งขันเป็นเวลาหกเดือนและเงินค่าปรับอีก 180,000* ยูโรนั้นไม่เพียงพอในความรู้สึกของ  Merckx  “เธอควรถูกห้ามลงแข่งตลอดชีวิต นี่เป็นพฤติกรรมที่เลวร้ายที่สุดที่นักปั่นคนหนึ่งจะทำได้” Merckx กล่าว

*180,000 ยูโร = 7,150,406 บาท

Eddy Stimul Merckx         Femke
Brian Cookson UCI
Chris Froome

นักปั่นชาวเบลเยี่ยมผู้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยอ้อนวอนด้วยน้ำตาและยังคงยืนยันในความบริสุทธิ์ของตน เหล่าผู้ติดตามของเธอต่างรู้สึกตกใจ พวกเขากล่าวว่า “พวกเราไม่สามารถเชื่อใครได้อีกต่อไปแล้ว สื่อล้วนแต่ทำลายเรา ในฐานะที่เป็นคนในครอบครัว เราไม่สามารถนิ่งเฉยและรอดูสิ่งที่จะเกิดตามมาได้ นั่นเป็นสิ่งที่ยากมาก” Niels Van den Driessche พี่ชายคนโตสุดของเธอกล่าวไว้

เส้นทางอาชีพของเธอดูสดใสดีจนกระทั่งเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นช่วงเดือนกันยายน 2014 ตอนที่ Femke Van den Driessche ได้ติดต่อกับ Iwan Gevers ผู้จัดการทีม“Kleur op Maat”ผ่านทางอีเมล์ ทีมเยาวชน CT DJ – Matic Kortrijk ที่เธอลงแข่งขันได้ในช่วงหลายปีหลังมากนี้ปิดตัวลงไป และ Femke ผู้ซึ่งมีอายุเพียง 17 ปี ต้องการสานต่อเส้นทางอาชีพอันสดใสของเธอต่อก่อนที่การแข่งขันฤดูกาลใหม่จะมาถึง  เธอชนะการแข่งขันเยาวชนระดับชาติถึง 2 ครั้งด้วยกันในการแข่งไซโคลครอสและการแข่งจักรยานเสือภูเขา และในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ที่นานกิง ปี 2014 ในเดือนสิงหาคม เธอก็ทำได้ดีเช่นกัน ในการแข่งทั้งสี่แบบ เธอได้อันดับเวลารวมเป็นลำดับที่ 7

ชดใช้ทุกอย่างด้วยตัวเอง

2015

Femke van den Driessche อายุ 19 ปี ร่วมการแข่งขันยูโรเปียนแชมป์เปียนไซโคลครอส ปี 2015 รุ่น Espoirs ส่วนในการแข่งขันเบลเยี่ยมแชมเปี้ยนชิปไซโคลครอส ปี 2011 เธอชนะได้รับเหรียญทองสำหรับนักแข่งฝ่ายหญิง สองปีหลังจากนั้น เธอก็ได้รับเหรียญทองประเภทเดียวกันจากการแข่งขันเนชั่นนอลแชมเปี้ยนชิปครอสคันทรี ในปี 2015 เธอก็เป็นผู้ชนะในรายการการแข่งขันยูโรเปียนแชมเปี้ยนชิปในประเภท Espoirs ในปี 2016 เธอชนะการแข่งขันเบลเยี่ยมเนชั่นนอลไซโคลครอสแชมเปี้ยนชิป รุ่น Espoirs ซึ่งเป็นครั้งแรกที่การแข่งประเภทนี้จะมีผู้ชนะเป็นผู้หญิง

Iwan Gevers ตอบสนองต่อเรื่องนี้ในทางที่ดี แต่เขาก็ได้เตือน Van den Driessche เอาไว้ เขากล่าวว่า “ผมได้เขียนถึงเธอว่าพวกเราเป็นทีมที่มีงบประมาณน้อย ได้ 10,000 ยูโรต่อปี ต่อมาเธอก็ได้ถ่ายรูปร่วมกัน ได้เสื้อผ้าและอุปกรณ์บางอย่าง แต่ในส่วนอื่นๆ เธอก็ต้องออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง”  ขณะเดียวกันเธอและพี่ชายของเธอ Din Van den Driessche ซึ่งในขณะนั้นได้เป็นนักปั่นจักรยานทั้งบนถนนและท้องทุ่งมาแล้วก่อนหน้านี้ประมาณหนึ่งปี ได้พบปะพูดคุยกับ Gevers  บทสนทนาดำเนินไปได้ด้วยดี ทั้งพี่ชายและน้อยสาวต่างสร้างความประทับใจได้ และต่อมามีการเซ็นสัญญากันอย่างรวดเร็ว

Gevers ไม่ได้พบกับ Van de Driessche บ่อยมากนัก ทีมนักปั่นหญิงแปดคนจะมารวมตัวกันไม่กี่ครั้งเท่านั้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เพื่อฝึกซ้อมบนถนนและเข้าค่ายฝึกซ้อมใน Ardennes

Kleur Op Maat / ทีมนักปั่น NoDrugs คนที่สองจากด้านขวาคือ Femke Van den Driessche

ครอบครัว Van den Driessche ล้วนดีใจกับการตกลงเซ็นสัญญานี้ ทีม“KLEUR OP MAAT” ซึ่งปีนี้ได้รับการสนับสนุนโดย  NoDrugs เป็นทีมกึ่งมืออาชีพทีมเล็กๆ ที่ไม่ได้หวังจ้องจะได้รับตำแหน่งระดับโลกแต่อย่างใด “นักปั่นควรจะต้องรู้สึกสบายอกสบายใจเมื่ออยู่กับเรา และนั่นเป็นเหตุผลที่ดึงดูด Femke และครอบครัวของเธอเข้ามา” Gevers กล่าว “พ่อแม่ของเธอต้องการให้เธอรู้สึกถึงแรงกดดันจากภายนอกให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้”

ในขณะที่ Femke ในเสื้อตัวใหม่และจักรยาน Wilier คันใหม่ จบลงด้วยการได้ลำดับกลางๆ ในการแข่งขัน พี่ชายของเธอ Niels กลับถูกตรวจพบว่ามีการใช้สารแอมเฟตามีน  เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2014 แลเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2014 เขาก็ถูกห้ามลงแข่งเป็นเวลา 2 ปี โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบการใช้สารต้องห้ามของเฟลมมิช เขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาใดๆ ก็ตามที่จัดขึ้น

อาศัยอยู่บนรถเทรลเลอร์บนท้องถนน  

ครอบครัว Van den Driessche มีช่วงปีอันโหดร้ายก่อนหน้านั้น  ในวันที่ 23 กันยายน 2013 บริษัทของคุณพ่อ Peter ที่ชื่อว่า “Roofing Van den Driessche” ที่จดทะเบียนใน Aalst ถูกประกาศว่าล้มละลายโดยศาลแห่ง Dendermonde  ด้วยการโฆษณาให้บริษัทบนรถเทรลเลอร์ ครอบครัวนี้จึงได้ไปการแข่งขันไซโคลครอสในทุกๆ ปี ตามคำอ้างอิงจากนิตยสาร ‘De Muur’ อดีตรถเทรลเลอร์ ที่มีทั้งฝักบัวอาบน้ำ เตียงนอนและพื้นที่สำหรับจักรยานนั้นใหญ่โตมโหฬารกว่ารถบ้านอื่นๆ มากมาย ซึ่งเป็นยานพาหนะที่นักปั่นไซโคลครอสหลายๆ คนเลือกใช้  คุณพ่อและเหล่าพี่ชายสร้างรถเทรลเลอร์คันนี้ขึ้นมาเอง แถมยังมีสโลแกนแปะไว้ด้วยว่า “เราสร้างครอบคลุมทุกอย่าง แม้กระทั่งหลังคา”

ไม่ว่าจะล้มละลายหรือไม่ ครอบครัวนี้ก็ได้ไปร่วมการแข่งขันไซโคลครอสด้วยรถเทรลเลอร์นี้ทุกสุดสัปดาห์  Niels Peter และ Din ต่างทำหน้าที่เป็นช่างให้กับ Femke แต่เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2015 ก็เกิดเรื่องขึ้น  อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์เบลเยี่ยม ‘Het Laatste Nieuws’  Niels และ Peter รวมทั้งเพื่อนอีกคนหนึ่งได้แวะร้านขายนกชื่อว่า ‘the Gould Amadine’ ใน Jabbeke ภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้ายแสดงให้เห็นว่า ทั้งสามคนได้ลอบนำนกออกจากกรง ใส่ไว้ในกระเป๋าของตนเอง และเดินออกไป ตัวแทนจากร้านนกนำภาพทั้งหมดลงในเฟซบุ๊คของเธอ กล่าวกันว่ามูลค่าของนกเหล่านั้นแพงมาก เป็นนก Lancashire canary ที่มีมูลค่าถึงตัวละ 400 ยูโร คดีนี้ยังไม่ได้ถูกนำขึ้นเพื่อให้ศาล Brugge พิจารณา Niels และ Peter ต่างเสี่ยงโดนค่าปรับและแม้กระทั่งโดนจำคุกเป็นเวลานานสูงสุดถึง 5 ปี

Niels พี่ชาย
พ่อของ Femke ขโมยนก
นก Lancashire canary

ขณะเดียวกัน สมาชิกครอบครัวคนสุดท้องกลับสร้างชื่อเสียงได้ดีขึ้นเรื่อยๆ จากการแข่งขันไซโคลครอสบนพื้นโคลนและทราย เธอแสดงผลงานได้ดีมากก่อนหน้าฤดูกาลแข่งขันเวิร์ลคัพที่ Valkenburg และ Rudy de Bie โค้ชกีฬาไซโคลครอสชาวเบลเยี่ยมก็ได้ชักชวนเธอให้มาเข้าร่วมการแข่งขันคัดเลือกของเบลเยี่ยมด้วย ครอบครัว Van den Driessche รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก De Bie กล่าวเอาไว้  การแข่งขันครั้งแรกของเธอในฐานะสมาชิกคนหนึ่งในรอบคัดเลือกเฟลมมิช จัดขึ้นที่ Valkenburg ในวันที่ 18 ตุลาคม 2015  ท่ามกลางนักแข่งชั้นนำจากทั่วโลก เธอแข่งได้ลำดับที่ 11 ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก  สองสัปดาห์หลังจากนั้นเป็นการแข่ง Koppenberg cross ซึ่งเป็นช่วงการแข่งขันที่โหดที่สุดเพื่อชิงถ้วยรางวัล Post Bank Trophy ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา มีการกล่าวอ้างถึงและการถกเถียงกันเกี่ยวกับการแข่งขันครั้งนี้มากมาย Van den Driessche ออกแรงปั่นด้วยพลังเหลือเฟือ ปีนบนเขา 600 เมตร นำห่างผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ เป็นเวลาถึง 10 วินาทีด้วยกัน  สุดท้ายเธอเข้าเส้นชัยเป็นลำดับที่สอง ชื่อของ Femke Van den Driessche จึงได้รับการกล่าวถึงอย่างเป็นทางการ

การแสดงผลงานอันน่าประทับใจในครั้งนี้ทำให้หลายทีมชั้นนำต่างต้องการทำสัญญาข้อตกลงกับเธอ ยกตัวอย่างเช่น ทีม BKCP Corendon ซึ่งเป็นทีมของ Mathieu และ David van der Poel  ในส่วนของ Christoph Roodhooft หัวหน้าทีม ก็ได้กล่าวไว้ว่า ได้มีการเจรจรเบื้องต้นกับทางครอบครัวของเธอแล้วหลังจากที่เขาจับตามอง Femke มาเป็นเวลาสองปี  แต่การเจรจานี้ก็ไม่ทำให้เกิดอะไรขึ้น  Femke ไม่ได้จริงจังอะไร เธอยังรู้สึกดีที่ได้อยู่ในทีม ‘Kleur op Maat/NoDrugs’ อยู่

หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น เธอก็ได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งหนึ่งว่าเธอทำได้ดีเพียงใด  ใน Huybergen ทางตอนใต้ของเนเธอร์แลนด์ เธอได้ตำแหน่งยูโรเปียนแชมเปี้ยนสำหรับประเภทอายุต่ำกว่า 23 ปี   เธอเอาชนะ Maud Kaptheijns ชาวดัตช์มาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการแข่งขันที่ต้องวิ่ง นี่เป็นคำกล่าวของสาวชาวดัตช์หลังจากนั้น  ไม่มีใครระแคะระคายสงสัยอะไรเลย

Maud kaptheijns
Danny de Bie
The last meters of Femke
ระยะแข่งช่วงเมตรท้ายๆ ของ Femke

แต่ Kaptheijns ยอมรับว่าในช่วงการแข่งเวิร์ลคัพใน Lignieres – en – Berry ซึ่ง Van den Driessche ได้ตำแหน่งที่ 13 มา เธอและเพื่อนสังเกตเห็นลักษณะผิดปกติที่เฟรมจักรยานของ Femke     Kaptheijns กล่าวว่า “ท่อที่ด้านล้างดูหนากว่าปกติเยอะเลย เราคุยเรื่องนี้กันในหมู่นักปั่นกลุ่มหลัก  จักรยานที่เธอใช้ เป็นของ Wilier ซึ่งมีเฟรมแบบเดียวเท่านั้น  ฉันพอรู้ว่าพ่อของเธอซ่อมจักรยานด้วยคาร์บอนอยู่ที่บ้าน  และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทุกคนก็รู้สึกแปลกๆ กับ Femke และจักรยานของเธอ”

วันแสนสดใส

และแล้วก็ถึงวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2016 ซึ่งน่าจะเป็นวันที่แสนสดใสสำหรับ Femke และครอบครัวของเธอ  พี่ชายของเธอ Niels ผู้ซึ่งไม่สมควรมายืนอยู่จุดนี้ได้เลยเนื่องด้วยโทษห้ามลงแข่ง ก็อยู่กับเธอด้วย Femke อุ่นเครื่องการแข่งด้วยเส้นทาง Heusden-Zolder ก่อน ซึ่งเมื่อ 5 สัปดาห์ก่อน เธอได้ลำดับที่ 22 ในการแข่งเวิร์ลคัพ   แต่ว่าในการแข่งเวิร์ลแชมเปี้ยนชิปนี้ เธอเริ่มด้วยการเป็นหนึ่งในชื่อที่ต้องจับตามอง เพราะว่านี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การแข่งเวิร์ลแชมเปี้ยนชิปว่า มีข้อแตกต่างระหว่างรุ่น Espoirs และรุ่น pro  อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ฝนเทลงมา โซ่ที่จักรยานเธอหลุดออกเป็นสองส่วน ในที่สุดเธอก็ออกจากการแข่งขันไป  เจ้าหน้าที่จากสหพันธ์จักรยานโลก UCI ตรวจพบว่าในจักรยานสำรองของเธอมีการแอบติดตั้งมอเตอร์เอาไว้ เป็นไปได้ว่าจะมาจากบริษัทออสเตรีย Vivax  มีแท็ปเล็ตที่มาพร้อมกับซอฟท์แวร์เอ็กซ์ซ่อนอยู่ด้วยทำให้พื้นที่ตรงส่วนนั้นหนาเป็นพิเศษจนสังเกตเห็นได้ และยังค้นพบก้อนลักษณะแปลกๆ ที่ด้านล่างอีกด้วย  จักรยานนั้นถูกเก็บขึ้น และ UCI ให้การแถลงข่าวว่า เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การแข่งขันจักรยาน ที่มีการตรวจพบการเสริมเครื่องกลในเฟรมจักรยาน

เฟรมของบริษัท Wilier และมอเตอร์ติดตั้งเสริมลักษณะเช่นเดียวกันนี้สามารถสั่งซื้อได้โดยง่ายผ่านอินเตอร์เน็ต เช่น ผ่านการค้าจักรยานที่ Math Salden ในเนเธอร์แลนด์ ซึ่งคุณสามารถซื้อจักรยานคันนี้ได้ในราคาไม่สูงมากมายนัก ประมาณ 5000 ยูโร เท่ากับประมาณ 200,000 บาท  แต่ Dion Kerckhoffs ผู้จัดการฝ่ายขายของ Math Salden กล่าวว่า แบตเตอรี่นี่ไม่ได้ซ่อนอยู่ในเฟรม อย่างเช่นที่พบในจักรยานของ Van den Driessche  แต่คันที่ซื้อขายกันนี้เห็นชัดเจนว่าพบอยู่ที่ข้างใต้ของอานนั่ง บรรจุในถุงหรือในขวด “หากคุณต้องการโกง คุณต้องแกะเฟรมออกมา ใส่แบตเตอรี่เข้าไปในท่อและเสริมพื้นที่ส่วนนั้นที่เฟรมด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนเพิ่มเติม ถ้าหากมอเตอร์สั่น เฟรมก็อาจแตกเป็นชิ้นๆ ได้ ถ้าหากเสริมเอาไว้ไม่ดี ดังนั้นคุณก็ต้องใส่ชิ้นส่วนคาร์บอนเสริมเข้าไป  เช่นนั้นคุณต้องการคนที่มีความรู้ด้านนี้ ตัวอย่างเช่น ช่างซ่อมที่รู้เรื่องคาร์บอน”

หนึ่งวันหลังจากนั้น Femke ออกมาร้องไห้ต่อหน้ากล้องของโทรทัศน์ในเบลเยี่ยม นั่นไม่ใช่จักรยานของเธอ คุณพ่อ Peter นั่งกอดอกอยู่ข้างเธอ คิ้วขมวดยุ่งของเขาบ่งบอกอาการวิตกจนแทบจะหมดหวังได้ดี  Nico van Muylder เพื่อนของครอบครัว ซึ่งเคยเป็นนักแข่งอาชีพ เขาหยุดการแข่งขันไปเมื่อสองปีก่อนหลังจากที่ทำร้ายคู่แข่งที่ใบหน้า เขาเป็นคนรักนกและเป็นเจ้าของ cafeteria‘t Pasto Frietje ใน Bruggenhout  เขาออกมารับผิดให้  บอกว่านี่เป็นจักรยานของเธอที่ซื้อมาจาก Femke ก่อนหน้านี้  เขาใช้จักรยานคันนั้นฝึกซ้อมกับเธอ ซึ่งเป็นคันที่ตรวจพบมอเตอร์ คงมีคนในครอบครัวของ Femke บางคนนำจักรยานคันนั้นไปเวิร์ลแชมเปี้ยนชิปด้วยโดยไม่ได้เอะใจอะไร แต่คำถามสำคัญก็คือ “ใครล่ะจะเชื่อเธอบ้าง”

Femke และคุณพ่อ
Nico van Muylder

เมื่อผมได้อ่านเรื่องนี้ เป็นที่ชัดเจนสำหรับผมว่า นักปั่นหญิงคนอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่งของ Femke เป็นคนนำข้อมูลสำคัญนี้ไปบอก UCI  ประเด็นนี้ไม่น่าจะมีทางพลาดหากคุณได้อ่านเรื่องราวของ Maud Kaptheijns  อย่างไรก็ตาม เราสามารถมองเรื่องนี้ด้วยมุมมองดีๆ ได้เหมือนกัน ซึ่งก็คือ นั่นอาจเป็นเพราะระบบมีการจัดการดูแลการแข่งปั่นจักรยานที่ดี แต่ตรงนี้ก็ไม่ใช่เหตุผลอันใดที่จะทำให้ UCI กลายเป็นองค์กรที่น่าพึงพอใจขึ้นมา UCI ยังเป็นองค์กรที่ตกต่ำอยู่เรื่อยมา

Bradley Wiggins กล่าวว่า “ผมคิดว่าเรื่องนี้น่าจะเกิดขึ้นมาสักพักได้แล้วครับ มีการตั้งข้อสงสัยมาเป็นเวลาถึง 6 ปีแล้ว แน่นอนว่าต้องเคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้แต่ขณะนั้นยังไม่มีการตรวจพบ จริงๆ ก็เป็นเรื่องที่ดีนะที่ในที่สุดก็ตรวจเจอหลังจากหลายปีผ่านมานี้ การใช้สารกระตุ้นก็เป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนการแอบติดตั้งมอเตอร์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แตกต่างกัน แต่ก็ไม่มีอะไรแย่ไปกว่ากัน ทั้งสองอย่างผิดเหมือนกันทั้งคู่ครับ”

Bradley Wiggins

ผมเห็นด้วยกับ Wiggins เต็มที่เลย ต้องขอบคุณ Femke Van den Driessche ที่ทำให้ทั้งโลกได้รู้เรื่องการซ่อนมอเตอร์ที่จักรยานของเธอ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ทำให้รู้ว่าตรวจพบได้ง่ายมากโดยไม่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมากมายอะไร ที่จริงแล้วทาง UCI น่าจะเป็นฝ่ายให้ข้อมูล แต่ด้วยผลงานบุกเบิกของ Femke การที่เธอโกงด้วยรูปแบบวิธีนี้ เธอสมควรจะได้รับการจัดตั้งอนุสาวรีย์ให้เลยทีเดียว เธอได้ช่วยกีฬาการปั่นจักรยานเอาไว้จากหายนะครั้งใหญ่ เพราะว่าหลังจากนี้ การแอบติดตั้งมอเตอร์ในการปั่นจักรยานจะมีอยู่อีกต่อไปไม่ได้เสียแล้ว