030 ความเร็วของขาและความถี่ในการปั่น

ความเร็วของขา – ความถี่ในการปั่น – จังหวะ

นักปั่นสามารถทำสถิติการปั่นจักรยานโลกได้ ถ้าหากนักปั่นสามารถรักษาจังหวะการปั่นไว้ได้ 100 – 108 รอบต่อนาทีภายในหนึ่งชั่วโมง Giuseppe Olmo ได้ก้าวข้ามอุปสรรคครั้งนี้ เขาทำได้ 45 กิโลเมตรภายใน 1 ชั่วโมง

จริงหรือไม่ที่บอกว่า แต่ก่อนการปั่นจักรยานเป็นกีฬาที่ไม่หนักหน่วง แต่ในปัจจุบัน การปั่นจักรยานกลายเป็นกีฬาที่ต้องใช้พลังมาก

ในปี 1994 โทนี่ โรมิงเกอร์ สามารถทำลายสถิติ 55 กิโลเมตร ไปได้ ระยะทางที่เขาปั่นได้คือ 55.291 กิโลเมตร โดยใช้จักรยานจากเมืองบอร์กโดซ์ เขาใช้เกียร์อยู่ที่ระดับ 9.02 เมตร โดยมีจังหวะอยู่ที่ 102 รอบต่อนาที

นักปั่นคนอื่นที่ประสบความสำเร็จในการทำสถิติโลกได้นั้นล้วนมีลักษณะอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน คือมีจังหวะในการปั่นสูง มากกว่า 100 รอบต่อนาที การปั่นจักรยานในรุ่นปัจจุบันยังถือว่าไม่หนักหน่วงนัก ซึ่งจะแตกต่างจากรุ่น 60 ปีก่อน ตรงที่รุ่นก่อนจะสามารถรักษาความเร็วในระดับสูงได้ โดยมีการใช้เกียร์ที่ดีกว่า เนื่องจากร่างกายมีความแข็งแรงและมีพลังมากกว่า

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แลนซ์ อาร์มสตรอง เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนสำหรับนักปั่นที่สามารถทำจังหวะได้เร็ว ทั้งในช่วงการปั่นจับเวลาและการปั่นบนเส้นทางภูเขา

บทสรุปจึงเป็นที่แน่ชัดว่า นักปั่นระดับสุดยอดในปัจจุบันนั้นมีร่างกายที่แข็งแรง จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาสามารถรักษาจังหวะในการปั่นที่รวดเร็วได้ ซึ่งต้องได้รับการฝึกเป็นพิเศษเพียงเท่านั้นจึงจะสามารถพัฒนาทักษะเหล่านี้ได้

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเพิ่มจังหวะความเร็วขา

การที่นักกีฬาผู้มีความสามารถในอันดับสูงๆ สามารถใช้ความเร็วของขาเพิ่มขึ้นในการปั่น และสามารถปั่นได้เป็นระยะเวลานาน ถือเป็นการแสดงออกถึงประสิทธิภาพของระบบประสาทกล้ามเนื้อ หมายความว่า ระบบการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบการทำงานของประสาท สามารถปรับตัวเข้าหากันได้ดีจากการฝึกที่เฉพาะเจาะจงจากการออกกำลังกายในกลุ่มสีเทาและกลุ่มสีเขียวจากกราฟแลคเตท การฝึกความทนทานแบบง่าย (EET) และการฝึกความทนทานแบบเข้มข้น (IET) เป็นการออกกำลังกายในกลุ่มของการใช้ออกซิเจน หรือกลุ่มสีเขียวของอัตราการเต้นของหัวใจ

การฝึกซ้อมให้มีจังหวะเร็วขึ้น ด้วยความเร็วของขาอยู่ที่ 100 รอบต่อนาทีนั้น ต้องได้รับการฝึกฝนโดยเฉพาะ

นักปั่นที่เคยฝึกฝนโดยใช้เกียร์ใหญ่ จะทำให้มีจังหวะการปั่นของขาที่ช้า จึงต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้ชินกับจังหวะที่เร็วขึ้น ความเข้มข้นที่เหมาะสมสำหรับการออกกำลังกายประเภทนี้อยู่ในกลุ่มสีเขียว วิธีที่ดีที่สุดในการเริ่มฝึกคือให้ฝึกเป็นบล็อก บล็อกละ 20 นาที โดยมีจังหวะอยู่ที่ 100 รอบต่อนาที และมีความเข้มข้นอยู่ในกลุ่มสีเขียว สลับกับช่วงพักฟื้นร่างกาย 5 นาที คือปั่นให้ช้าลงโดยใช้เกียร์ที่เล็กลง มีจังหวะที่ช้าลง และมีความเข้มข้นอยู่ในกลุ่มสีเทา ค่อยๆแบ่งการฝึกไปและจะเริ่มฝึกได้ยาวนานขึ้นเรื่อยๆ ท้ายที่สุดก็ไม่จำเป็นต้องมีช่วงเวลาพักฟื้นร่างกายอีกต่อไป

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถอ่านต่อได้ในบทที่ 052 การฝึกรอบขา

อิทธิพลของความเร็วของขาที่ส่งผลต่อระดับการเต้นของหัวใจ

จึงนำมาสู่บทสรุปที่ชัดเจนว่า ความเร็วขาที่เพิ่มขึ้นในขณะที่มีระยะห่างเท่ากัน (300 วัตต์) มาพร้อมกับอัตราชีพจรที่เพิ่มสูงขึ้นมาก การฝึกซ้อมเรื่องจังหวะจึงไม่ได้เป็นเพียงการฝึกซ้อมระยะทางในการแข่งและการใช้ความเร็วของขาเท่านั้น แต่ยังเป็นการฝึกระบบหัวใจและปอดด้วย การที่อัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น เป็นการแสดงออกที่ทำให้เห็นว่า หัวใจรับภาระหนักขึ้น ดังนั้น จึงควรได้รับการฝึกร่างกายให้แข็งแรงยิ่งขึ้น

แลนซ์ อาร์มสตรอง ผู้เชี่ยวชาญที่มีจังหวะการปั่นสูง