026 กราฟเส้นโค้งของค่าแลคเตท

เมื่อเทียบกราฟเส้นโค้งของการทดสอบแบบคอนโคนีและการทดสอบแลคเตท ปรากฏว่า Vd (ความเร็วในการวิ่ง ณ deflection point) และ AT (ความเร็วในการวิ่ง ณ anaerobic threshold) สัมพันธ์กันดี ดังภาพปรากฏด้านล่าง:

กรดแลคติกหรือกราฟเส้นโค้งของแลคเตทนั้นถูกวัดค่าโดยวิธีการทดสอบออกกำลังในระดับสูงสุดอย่างต่อเนื่องในห้องทดลอง  การทดลองจะค่อยๆ เพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ ในหนึ่งหน่วยเวลา ซึ่งในแต่ละช่วงก็จะมีวิธีการก็จะแตกต่างกันไป  ระหว่างการทดสอบ จะมีการนำตัวอย่างมาทดสอบเพื่อหาค่าระดับแลคเตทอยู่เป็นระยะ  นอกจากนั้นแล้วยังมีการบันทึกค่า HR และ/หรือ ความเร็ว และ/หรือ กำลังไฟฟ้า (wattage) ที่แสดงออกมา อย่างสม่ำเสมออีกด้วย

การทดสอบปั่นจักรยาน
การทดสอบบนลู่วิ่ง

นักปั่นควรให้ความสนใจในเรื่องของค่า HR หรือกำลังไฟฟ้าที่เหมาะสมในการออกกำลังกายแต่ละชนิด เนื่องจากค่าเหล่านี้ในระดับแลคเตทต่างๆกัน จะเป็นสิ่งชี้วัดแผนการออกำลังกายได้ ซึ่งจะช่วยให้การฝึกซ้อมได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม

กราฟเส้นโค้งของกรดแลคติกแสดงให้เห็นถึงระดับแลคเตทที่เพิ่มขึ้นทีละน้อย สอดคล้องไปกับการเพิ่มระดับการออกกำลังกายให้มากขึ้นเรื่อยๆ สีที่แตกต่างกันแสดงให้เห็นถึงช่วงการฝึกซ้อมที่ต่างกันออกไป แต่ละช่วงการฝึกซ้อมจะสอดคล้องไปกับค่า HR และ/หรือ ค่ากำลังไฟฟ้าในระดับต่างๆ  สำหรับผู้ออกกำลังแต่ละคน

*

ตารางแสดงหมายความอักษรย่อ

OBLA = onset of blood lactate accumulation

ช่วงสีเทา + ช่วงสีเขียว + ช่วงสีส้ม = ช่วงการรับพลังงานแบบ aerobic  การฝึกซ้อมในช่วงนี้จะช่วยพัฒนาให้ความทน  ในระหว่างการฝึกซ้อมนี้จะไม่มีการสะสมตัวของกรดแลคติก  มีค่าออกซิเจนแสดงให้เห็นเพียงพอ การผลิตกรดแลคติกนั้นมีค่าเท่ากับการใช้งานกรดแลคติก

ช่วงสีแดง = การฝึกฝนในช่วงนี้จะช่วยเพิ่มสมรรถภาพเชิง  anaerobic   การออกกำลังกายนี้จะเข้มข้นมากจนถึงระดับเข้มข้นสูงสุด ค่าสมรรถภาพเชิง anaerobic จะมีค่าสูง เช่นเดียวกันกับค่าแลคเตท  ในส่วนของออกซิเจนจะขาดแคลนไปในช่วงที่มีการสร้างแลคเตทขึ้นมา การสร้างกรดแลคติกตรงนี้ไม่สามารถทำให้ลดลงได้โดยง่าย

ตัวอย่างนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นตารางการฝึกซ้อมที่ถูกจัดโดยใช้กราฟเส้นโค้งของแลคแตท อันที่จริงตารางอาจมีความซับซ้อนกว่าภาพที่แสดงอยู่บ้าง แต่หลักการนั้นเห็นได้ชัดเจน

การทดสอบแลคเตทดังที่ได้อธิบายนี้มีการใช้กันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยในการจัดตารางการฝึกซ้อม  นอกจากนี้การทดสอบก็ยังถูกนำไปใช้เป็นกระบวนการส่วนหนึ่งในการฝึกซ้อมให้นักปั่นหน้าใหม่อีกด้วย  ในกรณีเช่นนั้น ผลการทดสอบมักจะถูกนำมาใช้ตัดสินว่านักปั่นหน้าใหม่จะสามารถลงนามสัญญาเข้าร่วมทีมใหม่ได้หรือไม่ แต่หากวัดจากประสบการณ์ของผู้เขียนแล้ว ผู้เขียนรู้สึกคัดค้านกระบวนการดังกล่าวนี้

ผู้เขียนได้ทำการทดสอบนักปั่นเป็นเวลา 10 วันก่อนการแข่งขัน Paris Roubaix ในปี 1990  นักปันที่ทำการทดสอบทำคะแนนได้ปานกลาง และมีค่ากำลังไฟฟ้าวัดได้ไม่เกิน 410 วัตต์ หลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่าเขาได้พยายามสุดความสามารถแล้วก็คือค่าแลคเตทที่มีค่าสูง 11 mmol/L  เขาไม่สามารถทำผลงานให้ดีกว่าได้นี้อย่างแน่นอน  อย่างไรก็ตาม เขาชนะการแข่งขัน Paris-Roubaix ได้ หลังจากที่ได้ปั่นสู้กับคู่แข่งชาวแคนาดา Steve Bauer และเฉือนชนะมาได้อย่างหวุดหวิด สำหรับด้านคู่แข่ง หลังจากที่เข้าเส้นชัยแล้ว เขาก็ได้เข้ามาร่วมแสดงความยินดีด้วย การแข่งขัน Paris-Roubaix นั้น ที่จริงแล้วเป็นการแข่งขันสุดหินอันแสนคลาสสิกที่สุดรายการหนึ่งที่มีมา เส้นทางหฤโหดที่กินความยาว 265 กิโลเมตร โดยที่ทางนั้นเต็มไปด้วยก้อนหินแกรนิต ใครก็ตามที่ชนะรายการแข่งขันนี้ได้ย่อมมีอนาคตอันสดใส  ในวันนั้น Eddy Planckaert เป็นผู้ชนะ แม้ว่าจะมีผลการทดสอบอันย่ำแย่มาในช่วง 10 วันก่อนหน้านี้  หลังจากวันนั้น เขาได้กลายเป็นวีรบุรุษไปตราบชั่วชีวิตของเขา เขายังคงเป็นที่ชื่นชมยกย่องเป็นแบบอย่างอยู่แม้ในปัจจุบัน  เขาถูกจัดอยู่ในระดับนักกีฬาระดับสูง สูงกว่ากษัตริย์ของเบลเยี่ยม นักฟุตบอล ดาราภาพยนตร์ หรือนักร้องดังเสียอีก  และทั้งหมดนี้เป็นเพราะการเฉือนเอาชนะคู่แข่ง ณ เส้นชัย มาได้เพียงประมาณ 1 ซม. เท่านั้น Steve Bauer ตามมาเป็นลำดับที่สอง แต่ดูเหมือนว่าเขาจะรู้สึกอารมณ์เสียมากที่สุดในชีวิต เนื่องจากความแตกต่างอันยิ่งใหญ่ระหว่างการถูกชื่นชมว่าเป็นวีรบุรุษชั่วชีวิตกับการเป็นผู้พ่ายแพ้ที่ไม่มีใครจดจำ ทั้งหมดนี้มาจากระยะห่างเพียง 1 ซม.  สำหรับนักปั่นจักรยานมืออาชีพแล้ว พวกเขายอมเป็นนักปั่นที่ได้ลำดับสุดท้าย ดีกว่าการได้เป็นอันดับสอง ไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้ว

Eddy Plancaert ด้านบน และ Steve Bauer ด้านล่าง ในการแข่งขัน Paris Roubaix ปี 1990
เส้นชัย Paris Roubaix 1990
Parijs Roubaix 1990, Eddy Plancaert second.

ในปี 1998  ผู้เขียนได้ทำงานให้กับ PDM ทำการทดลองในช่วงปลายฤดูกาล และได้ทดสอบนักปั่นชาวนอร์เวย์รายใหม่ ผู้เคยเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกในแอตแลนตา  ชายร่างเล็กคนนี้ทำคะแนนระดับไฟฟ้าได้ที่ 610 วัตต์ โดยใช้เครื่องปั่นจักรยาน ซึ่งน่าประหลาดใจทีเดียว เป็นระดับไฟฟ้าสูงสุดตลอดกาล  ระดับไฟฟ้าที่รองลงมาเป็นของนักปั่นชาวออสเตรเลีย Phil Anderson ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษ  จากผลคะแนนระดับสูงนี้  เราจึงคาดหวังในตัวของเขามาก  แต่ในความเป็นจริง เขากลับไม่สามารถเติมเต็มสายอาชีพเขาได้เลย เขาเป็นนักปั่นที่ไม่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เป็นบุคคลไร้ชื่อในกลุ่มนักปั่นหลัก แม้จะได้รับชัยชนะมาครั้งหรือสองครั้ง เขามีชื่อว่า Atle Pedersen

Atle Pedersen
(ขวา) Eddy Planckaert
Peter Post

บทเรียนที่เราได้รับจากการทดสอบนี้ ทั้งจากการทดสอบ Eddy Planckaert และ Atle Pedersen ทำให้ทราบว่า แม้ว่าผลการทดสอบจะสำคัญ แต่ก็ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่เข้ามากำหนดว่านักปั่นคนนั้นจะเป็นผู้ชนะได้หรือไม่เช่นกัน ค่าวัดกำลังไฟฟ้าสูงสุด ค่าวัตต์เทียบกับกิโลกรัมที่นักปั่นทำได้ ไม่ได้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างเสมอไป ช่างน่าเสียดาย ที่มันมักจะเป็นความผิดพลาด

มีการใช้การทดสอบแลคเตทเพื่อทดสอบนักปั่นกันอย่างกว้างขวาง และใช้เพื่อให้คำแนะนำในการจัดทำแผนฝึกซ้อม การเลือกแบบตัวอย่างสำหรับการทดสอบแลคเตทนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย นอกจากนั้นแล้ว การพิจารณาผลการทดสอบให้ถูกต้องก็ยังเป็นเรื่องยากอีกด้วย เพราะต้องใช้ทั้งความรู้และประสบการณ์ซึ่งยากกว่าที่หลายคนคิดมากนัก เช่นนั้นแล้ว ควรทำการทดสอบแลคเตทในห้องทดลองทางการแพทย์ทันสมัยที่มีอุปกรณ์กีฬา  แม้ว่าการทดสอบแลคเตทจะเป็นประโยชน์ในช่วงก่อนฤดูกาลแข่งขันและเป็นประโยชน์ในการปรับตารางการฝึกซ้อม เราก็ยังนิยมใช้การทดสอบบนสนามจริงมากกว่า โดยติดตั้งมาตรวัดพลังงานที่สามารถระบุค่า FTP ของนักปั่นได้

บันทึก

เมื่อ Eddy Planckaert ชนะการแข่งขัน Paris Roubaix ผู้เขียนอยู่ในทีมแพทย์ของทีม Panasonic ของเขา หลังจากการแข่งขัน ผู้เขียนคาดไว้ว่าจะได้เห็นอารมณ์ปิติยินดีจากทีมผู้จัดการ แต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้น

ผู้เขียนได้ทราบมาจาก Planckaert ว่า แม้กระทั่งผู้จัดการทีมของเขา Peter Post ก็ไม่ได้แสดงความยินดีด้วยแต่อย่างใด เมื่อตอนดึก Peter Post ได้เรียกผมไปคุยด้วยเพื่อทำให้ผมเข้าใจชัดเจน เป็นบทสนทนาที่ยาวพอสมควร เขาอธิบายว่า Eddy Planckaert ไม่ใช่นักปั่นในอุดมคติของเขา Planckaert มีสัญญาผลงานอยู่ เขาจะได้รับเงินรางวัลก้อนโตหากเขาชนะการแข่งขันรายการใหญ่อย่าง Paris-Roubaix ได้  Post คาดหวังว่าจะดาวดังในทีมที่ได้รับค่าตัวสูงๆ จะชนะการแข่งขันนี้มากกว่า ซึ่งจะทำให้เขาไม่ต้องจ่ายเงินพิเศษเพิ่มเติม