025 ฟรานเซสโก คอนโคนี และ มิเชล เฟอรารี

ในช่วงต้นยุค 90 กลุ่มนักปั่นทั้งหมดถูกทำให้เชื่อว่า ความยิ่งใหญ่ของคนอิตาเลียนนั้นเป็นเพราะคนอิตาเลียนชอบเล่นผิดกติกา เช่นการฉีด EPO มหาวิทยาลัยเฟอราร่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการโด๊ปยาในรูปแบบนี้ คอนโคนี และลูกศิษย์ของเขา มิเชล เฟอรารี ทำงานอยู่ที่นี่ การตรวจสอบการใช้ยาของนักปั่นชาวอิตาเลียนอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเขา

คอนโคนีดูแลบั๊กโน เฟอรารีดูอาร์เจนตินและเฟอร์แลน คอนโคนีมีชื่อเสียงในวงการนักปั่นอยู่แล้ว ในปี 1984 เขาช่วยแนะนำโมเซอร์จนประสบความสำเร็จในการพัฒนาสถิติในการจับเวลาเป็นชั่วโมงระดับโลกของ Merckx ภายหลัง ปรากฏว่า โมเซอร์ นักปั่นชาวเม็กซิโก ได้รับการเปลี่ยนถ่ายเลือดจากนักกีฬาหนุ่มชาวอิตาเลียนที่มีเลือดกรุ๊ปเดียวกัน นักกีฬาผู้นั้นได้รับเลือกในประเทศอิตาลีและเดินทางมารัสเซียกับพวกเขาเพื่อจุดประสงค์นี้โดยเฉพาะ

คอนโคนียังมีชื่อเสียงจากแบบทดสอบคอนโคนี เป็นแบบทดสอบอย่างง่ายเพื่อทดสอบความทนทานขั้นสูงสุดของร่างกาย เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานวิทยาศาสตร์การกีฬามีความเห็นว่า แบบทดสอบของคอนโคนีและเฟอรารี ไม่มีความน่าเชื่อถือมากนัก  ถือว่าไม่ได้รับการรับรองทางวิทยาศาสตร์ในโลกของเวชศาสตร์การกีฬา แบบทดสอบคอนโคนีไม่มีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์เลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่ปี 1984 พวกเขาได้ทดลองเรื่องการใช้ยาโด๊ปเลือดในมหาวิทยาลัยเฟอราร่า ต่อมา พวกเขาได้ทดสอบเรื่องผลกระทบจากการใช้ยา EPO

ฟรานเซสโก คอนโคนี
ฟานเซสโก คอนโคนี (ซ้าย) มิเชล เฟอรารี (ขวา)

คอนโคนีฉีดยา EPO ให้ตัวเอง นักปั่นอาชีพวัย 59 ปีผู้นี้ ต้องการได้รับความรู้สึกที่เป็นผลจากการฉีดยาโด๊ปเข้าร่างกายของตนเอง คอนโคนีฉีดยา EPO เพื่อเตรียมพร้อมในการแข่งทดสอบการปีนกับฟรานเซสโก โมเซอร์ ในการแข่งครั้งนั้น คอนโคนีถึงเส้นชัยช้ากว่าโมเซอร์เพียง 2 นาที ในขณะนั้น โมเซอร์กำลังเตรียมตัวทำลายสถิติโลก

ในวันจัดการแข่งขัน คอนโคนีมีปริมาณเม็ดเลือดแดงในเลือดอยู่ที่ 57% ซึ่งสูงกว่าค่าปกติเกือบ 20% จากการค้นหาในบ้านเขา พบรายชื่อปลอม 407 รายชื่อ แต่ละรายชื่อมีปริมาณยาที่ถูกต้อง และสารที่ใช้เพื่อเป็นยาโด๊ป ชื่อปลอมสำหรับคอนโคนีใช้ชื่อว่า เอช บี เฟอโรนี รายชื่ออื่นๆที่อยู่ในการจัดการของคอนโคนี มีดังนี้ นักกีฬาชาวเดนมาร์ก Bjarne Riis ผู้ชนะการแข่งขันตูร์ เดอ ฟรองซ์ ในปี 1996 นักกีฬาชาวไอริช สตีเวน โรเช่ ผู้ชนะรางวัลระดับโลก ตูร์ เดอ ฟรองซ์ และ Giro ในปี 1987 นักปั่นชาวอิตาเลียน จิอานนี บั๊กโน แชมป์โลกสองสมัย และฟรานเซสโก โมเซอร์

มิเชล เฟอรารี

มิเชล เฟอรารี จบการศึกษาด้านการเป็นแพทย์ด้านกีฬา ในปี 1981 ณ กรุงโรม วิทยานิพนธ์ของเขามีชื่อว่า “การส่งผ่านอกซิเจนในเลือดสำหรับนักวิ่งระยะทางไกล” ตั้งแต่ปี 1984 เป็นต้นมา เขาทำงานในวงการปั่นจักรยาน จนกระทั่งได้มาพบกับฟรานเซสโก โมเซอร์

เขาเป็นแพทย์ประจำตัวนักกีฬาให้กับจีอานนี บั๊กโน, โทนี่ โรมินเกอร์, โมเรโน อาร์เจนติน, มาริโอ ซิโปลินี และแลนซ์ อาร์มสตรอง ค่าบริการของเขา ตามข้อมูลที่ได้จาก Gazzetta dello Sport จะอยู่ที่ 10% จากรายได้ของลูกค้าของเขา เขาเรียนรู้ทุกอย่างทางด้านเวชศาสตร์การกีฬาและการปั่นจักรยานจากอาจารย์คอนโคนี ผู้ซึ่งศาลยกคำร้องจากข้อกล่าวหา เนื่องจากข้อมูลที่ต่อต้านเขานั้นถูกแบน

เฟอรารีถูกตัดสินในปี 2004 ให้จำคุก 1 ปี เนื่องจากมีใช้วิชาชีพเภสัชกรในการกระทำผิดกฏหมายและข้อหาหลอกลวงทางด้านกีฬา ในปี 2002 เขาถูกขอให้รอการลงโทษ จากคณะกรรมการโอลิมปิกอิตาเลียน และนักปั่นชาวอิตาเลียนที่ได้รับใบอนุญาตห้ามทำงานร่วมกับเขาในขณะที่รอการรับโทษ ในปี 2012 เขาถูกขอให้รอการลงโทษอีกครั้งจากองค์กรนานาชาติต่อต้านการใช้สารโด๊ปในการกีฬาทุกประเภท (WADA)

ในการแข่งขัน Flèche Wallonne เมื่อปี 1994 นักปั่นชาวอิตาเลียน 3 คนจาก Gewiss ได้ลำดับที่ 1, 2 และ 3 ได้แก่ โมเรโน อาร์เจนติน, จิออร์จิโอ เฟอ์แลน และอีฟเจอนี เบอร์ซิน ทีมแพทย์ของ Gewiss ในขณะนั้น ประกอบด้วย มิเชล เฟอรารี   ซึ่งกล่าวขึ้นมาลอยๆในขณะให้สัมภาษณ์หลังได้รับชัยชนะครั้งนี้ว่า “EPO นั้นก็บริสุทธิ์ไม่ต่างอะไรจากน้ำส้มเลย”

การแข่งขัน La Flèche Wallonne ในปี 1994
โมเรโน อาร์เจนติน, จีออจิโอ เฟอร์แลน และอีฟจีนี เบอร์ซิน
เบอร์หนึ่ง สอง และสาม
ชัยชนะหรือความตาย
แท่นของผู้ชนะการแข่งขันชิงแชมป์ระดับโลก ในเมืองลูกาโน่ ปี 1996
ห้าอันดับแรกเป็นของนักปั่นชาวอิตาเลียน
อันดับที่สองจากทางด้านซ้าย คือ เปาโล เบตตินี

นักปั่นรุ่นเยาว์ชาวอิตาเลียนถูกจับได้ภายหลัง ในระหว่างการแข่งขันชิงแชมป์ระดับโลก ในปี 1996 จัดขึ้นที่เมืองลูกาโน เห็นได้ชัดว่ามีการใช้ยา EPO ในทุกประเภทการแข่งขันปั่นจักรยานของนักปั่นชาวอิตาเลียน พวกเขาได้แชมป์แบ่งกันไปตามลำดับ 1, 2, 3, 4 และ 5 สื่อต่างพูดความเสื่อมเสียในครั้งนี้เป็นวงกว้าง

Bjarne Riis
Gianni Bugno
Mario Cipollini