017 บทวิเคราะห์การออกกำลังกายด้วยจักรยานไซโคลครอส

ไซโคลครอสเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในเบลเยียมและเนเธอร์แลนด์ ถือเป็นการปั่นจักรยานที่ต้องใช้วินัยในการปั่นเป็นพิเศษ ซึ่งแตกต่างกันอย่างชัดเจนกับการแข่งปั่นจักรยานบนถนน การแข่งขันปั่นจักรยานไซโคลครอสจัดขึ้นในช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เป็นช่วงเวลาที่มีอากาศหนาวมากและมีความชื้น การแข่งขันจะไม่จัดการแข่งขันบนถนนปกติทั่วไป เพราะถนนทั่วไปมักไว้ใช้จัดการแข่งขันจักรยานแบบธรรมดา แต่การแข่งขันจักรยานไซโคลครอสจะจัดขึ้นในสนามที่มีโคลน ทราย หิมะ และน้ำแข็ง เป็นอุปสรรคที่เพิ่มขึ้นมาในการแข่งขัน

เส้นทางการแข่งขันถือว่ามีความทรหดมาก โดยเฉพาะในช่วงที่มีน้ำค้างแข็ง และแทบจะปั่นผ่านไปไม่ได้ในช่วงที่มีฝนตกหนักและถนนเป็นโคลน เส้นทางในการแข่งขันนั้นค่อนข้างสั้น ผู้ชมจะสามารถมองเห็นนักแข่งปั่นผ่านได้บ่อยๆ ทำให้พวกเขาสามารถติดตามการแข่งขันได้อย่างสมบูรณ์ ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดจากการแข่งขันบนถนนธรรมดาที่มักจะปั่นในระยะทางยาวไกลและอาจใช้เวลา 5-6 ชั่วโมง นั่นคือการแข่งขันไซโคลครอสจะใช้ระยะเวลาสั้น มักจะไม่เกิน 1 ชั่วโมง บวกช่วงเวลาที่เกินมา 1 ช่วง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงทำให้การแข่งขันนั้นเข้มข้นมากและมักจะเต็มไปด้วยความอลหม่านให้ได้พบเห็นกัน

การชนกันเกิดขึ้นได้บ่อย เนื่องจากการปั่นต้องใช้ความเร็วในขณะแข่งขัน ยังรวมถึงระดับความยากของด่านส่วนใหญ่ที่มีความยากอยู่ในระดับสูง ผู้เข้าแข่งขันจึงต้องมีทักษะอย่างมากในการที่จะพยุงจักรยานและปั่นไปให้ได้อย่างดี ทักษะในการตอบสนองอย่างรวดเร็วถือเป็นสิ่งสำคัญ ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นตัวสรุปปัจจัยหลักๆของการแข่งจักรยานที่ได้รับความนิยมประเภทนี้

ผู้เข้าแข่งขันสามารถเตรียมความพร้อมของตนเองในช่วงฤดูการแข่งขันได้ ด้วยการเข้าร่วมการแข่งขันบนถนนปกติ ในเดือนสิงหาคมและเดือนกันยายน การเตรียมตัวในการแข่งขันเริ่มจากการเพิ่มการฝึกการปั่นบนถนนให้มากขึ้น ปลายเดือนกันยายนจนถึงต้นเดือนตุลาคม จะเริ่มการฝึกในสนามแข่ง ในช่วงเริ่มต้นของฤดูกาล มักจะมีการแข่งขันไซโคลครอสในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หลังจากเข้าสู่ช่วงฤดูกาลแข่งขันแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงคริสมาสต์และวันขึ้นปีใหม่ จะมีการแข่งขันไซโคลครอส 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ในช่วงเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน การออกกำลังกายจะเน้นไปที่การฝึกความทนทานแบบยาวนาน


นักกีฬาสามารถฝึกความทนทานแบยาวนานได้ ด้วยการปั่นหลายกิโลเมตรโดยใช้ความเข้มข้นต่ำ เริ่มการฝึกในสนามช่วงปลายเดือนกันยายน ระยะทางจะน้อยกว่ามากแต่มีความเข้มข้นมากกว่า การได้รับการฝึกเช่นนี้ประมาณ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ถือเป็นเรื่องปกติ เพิ่มจำนวนการฝึกเหล่านี้ในการแข่งขัน และเพิ่มจำนวนความเข้มข้นขึ้นเป็น 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ผู้เข้าแข่งขันไซโคลครอสจะถูกทดสอบ โดยที่รู้ข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้ว คำถามคือ โปรดประเมินการฝึกในสนามประเภทนี้และให้คำแนะนำเพื่อปรับการออกกำลังกายให้เหมาะสม

การปั่นไซโคลครอส

 
ค่าแลคเตท 1 และค่าแลคเตท 2 จะถูกวัดค่าใน 2 ช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ในกลุ่มการออกกำลังกายของผู้แข่งขันไซโคลครอสจำนวน 13 คน ไม่มีการฝึกซ้อมเป็นพิเศษ แต่จะเป็นการฝึกซ้อมโดยเฉลี่ย มักจะฝึก 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์สำหรับความเข้มข้นประเภทนี้ ผู้เข้าแข่งขันคนที่ 12 และ 13 ถูกบันทึกข้อมูลด้วยการเก็บข้อมูลระยะไกล ดูข้อมูลได้จากภาพด้านล่าง


ความคิดเห็นเพิ่มเติม:

ความแตกต่างของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนทำให้ได้ค่าแลคเตทที่ต่างกันมาก หมายความว่า การออกกำลังกายประเภทนี้เกิดผลกระทบที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงสำหรับนักกีฬาแต่ละคน ผู้เข้าแข่งขันคนที่ 2, 3, 4, 8 และ 9 ได้ฝึกสมรรถภาพในการออกกำลังกายโดยใช้ออกซิเจน ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นมีค่าแลคเตทสูง หมายความว่า พลังงานที่ได้จากการออกกำลังกายแบบไม่ใช้ออกซิเจนนั้นถูกนำไปใช้จำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ผู้เข้าแข่งขันได้ฝึกความอดทนต่อการเกิดแลคเตท แต่พวกเขาจะไม่ได้ฝึกสมรรถภาพในการออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจน การออกกำลังกายประเภทนี้ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ร่วมกับการแข่งขันในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ถือเป็นการฝึกซ้อมที่หนักมากเกินไป ระดับความสามารถที่แท้จริงจะไม่สามารถวัดได้จากปริมาณในการฝึกที่หนักเช่นนี้ ภาระจากการที่มีค่าแลคเตทสูงทำให้เกิดการทำลายสมรรถภาพความทนทานในการออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจน การฝึกฝนที่มีปริมาณมากเกินไปเช่นนี้ เป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้เข้าแข่งขันไซโคลครอสที่มีความสามารถสูงหลายคนมีประสิทธิภาพลดลงในระหว่างฤดูกาลแข่งขัน ต้องใช้เวลาและการถกเถียงอย่างมากเพื่อจะโน้มน้าวให้นักกีฬาเปลี่ยนตารางการฝึกซ้อม และจำกัดจำนวนการออกกำลังกายลง โดยเฉพาะการออกกำลังกายที่จะทำให้เกิดค่าแลคเตทสูง


ควรใช้การฝึกที่มีความเข้มข้นน้อยลงแทน เพื่อฝึกประสิทธิภาพในการออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจนแบบที่ยังไม่ถึงขั้นการออกกำลังกายแบบไม่ใช้ออกซิเจน นักกีฬาหลายคนไม่พึงพอใจจนกว่าพวกเขาจะมีความรู้สึกเหนื่อยเหมือนร่างถูกฉีกเป็นชิ้นๆหลังจากได้รับการฝึกออกกำลังกาย พวกเขาจะรู้สึกดีหากได้รู้สึกเหนื่อยเท่ากับตอนที่ลงแข่งขันจริง ต้องเหนื่อยให้ได้ถึงระดับนั้นก่อนพวกเขาถึงจะพอใจและมีความสุขกับการฝึกซ้อมในครั้งนั้น น่าเสียดายที่มันเป็นความเข้าใจที่ผิด หากมีความคิดเช่นนั้นจะทำให้พวกเขาไม่สามารถไปถึงประสิทธิภาพขั้นสูงสุดของตนเองได้ หากนักกีฬาตระหนักและเข้าใจได้ว่าพวกเขากำลังทำผิดวิธี พวกเขาสามารถเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อการฝึกซ้อมและเปลี่ยนรูปแบบโปรแกรมการฝึกฝนได้ พวกเขาจะสามารถรักษาความสามารถของตนให้อยู่ในระดับสูงได้ และยังสามารถพัฒนาความสามารถได้อีกด้วย ขอให้ความจริงนี้เป็นบทเรียนที่ดีให้กับนักปั่นทุกคนที่มักจะฝึกหนักเกินไปและเป็นการฝึกที่ได้ประโยชน์เพียงด้านเดียว ซึ่งไม่ช่วยให้เกิดการพัฒนาและเป็นการปิดกั้นโอกาสที่ดี หากสนใจลองอ่านเพิ่มเติม เรื่อง “นักปั่นไซโคลครอสมือสมัครเล่นมักจะฝึกหนักเกินไป”