016 แผ่นแปะจมูกถือเป็นอุปกรณ์ต้องห้าม

ในตอนแรก แผ่นแปะจมูกถูกพัฒนาขึ้นเพื่อป้องกันการจาม นักปั่นเริ่มใช้กันแพร่หลายมากขึ้นในระหว่างการแข่งขัน เพราะมีความเข้าใจว่าแผ่นแปะจมูกจะช่วยเพิ่มการหายใจรับออกซิเจนและช่วยเพิ่มสมรรถนะในการแข่งขัน โรงงานผลิตอ้างว่า แผ่นแปะจมูกจะช่วยเพิ่มสมรรถนะของนักกีฬาได้ เพราะแผ่นแปะช่วยขยายทางเดินของช่องจมูก ทำให้จมูกสามารถหายใจได้ง่ายขึ้น

ปริมาณอากาศ (มีหน่วยเป็นลิตร) ที่หายใจเข้าไปต่อนาที หรือที่เรียกว่าปริมาณการหายใจต่อนาที ในเวลาพักนั้นจะมีปริมาณอยู่ที่ 5-6 ลิตรต่อนาที และระหว่างการออกแรงสูงสุดอยู่ที่ 140 – 180 ลิตรต่อนาที ขณะพัก เราจะหายใจผ่านจมูก แม้ว่าแรงต้านของการหายใจผ่านทางจมูกนั้นมีมากกว่าการหายใจทางปากอยู่ 2-3 เท่า

เมื่อมีการหายใจเอาอากาศเข้าไปมากขึ้นในระหว่างการออกกำลังกาย สมรรถภาพในการหายใจเร็วผ่านทางจมูกจะมีน้อยเกินไป หากหายใจทางจมูกไม่เพียงพอการหายใจทางปากเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีและเป็นวิธีเดียวเท่านั้น หากปริมาณการหายใจอยู่ที่ 100 ลิตรต่อนาที 50% ของอากาศได้มาจากการหายใจทางปาก หากมีปริมาณการหายใจเพิ่มขึ้นเป็น 140 – 180 ลิตรต่อนาที อากาศที่ได้จะมาจากการหายใจทางปากเท่านั้น ในกรณีที่ต้องการปริมาณการหายใจเพิ่มขึ้นสูงสุดการหายใจทางจมูกไม่สามารถช่วยได้หากเราหายใจผ่านทางปากเท่านั้นโดยไม่ผ่านทางจมูกเลย ปริมาณการหายใจสูงสุดก็จะไม่ลดลง

การหายใจทางปากไม่ใช่ข้อจำกัดของปริมาณอากาศที่สูดเข้าไป ระบบการหายใจมีลักษณะเหมือนการแตกแขนงของต้นไม้ สามารถให้อากาศผ่านได้ในปริมาณที่จำกัด แผ่นแปะจมูกไม่มีผลกระทบใดๆ

งานวิจัยเรื่องเส้นผ่านศูนย์กลางของจมูกจากการใช้แผ่นพลาสเตอร์ช่วยหายใจ (BREATHE RIGHT®) แสดงให้เห็นว่า เส้นผ่านศูนย์กลางของจมูกคนส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แรงต้านในการหายใจทางจมูกจึงลดลงเพียงเล็กน้อยเช่นกัน งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่ง เปลี่ยนจากการหายใจทางจมูกมาเป็นการหายใจทางปากและจมูก  หลายคนสามารถหายใจทางจมูกได้ง่ายขึ้นหากมีพลาสเตอร์แปะจมูก

การศึกษาเพิ่มเติมที่มหาวิทยาลัยรัฐอิลลินอยส์ แสดงให้เห็นว่า การแปะแผ่นแปะจมูกไม่ได้มีผลกระทบทางบวกต่อสมรรถภาพขั้นสูงสุดของนักกีฬา  แม้จะใช้พลาสเตอร์แปะจมูก แต่ในด้านการหายใจรับออกซิเจนให้ได้มากที่สุด อัตราการเต้นของหัวใจที่สูงที่สุด การใช้พลังงานที่มากที่สุด รวมถึงความรู้สึกเหนื่อยล้าและการระบายอากาศ ไม่ได้เกิดการพัฒนาขึ้นแต่อย่างใด

ผมคาดว่านักปั่นที่ใช้แผ่นแปะจมูกนั้นสามารถทำอะไรก็ได้เพื่อที่จะปั่นได้ดีขึ้น รวมถึงการใช้ขี้ไก่แห้ง และใช้สารต้องห้ามในการแข่ง ภาพลักษณ์ในการแข่งกีฬาไม่เคยแย่เท่านี้มาก่อน การให้แผ่นแปะจมูกอยู่ในรายชื่ออุปกรณ์ต้องห้ามในการแข่ง และการห้ามนำแผ่นแปะจมูกมาใช้ ไม่เช่นนั้นจะต้องออกจากการแข่งขัน ถือเป็นขั้นแรกในการทำความสะอาดภาพลักษณ์ที่ขุ่นมัวของกีฬาชนิดนี้

สรุป

เห็นได้ชัดว่า แผ่นแปะจมูกไม่ได้ส่งผลทางแง่บวกต่อสมรรถภาพการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม นักปั่นก็ยังคงใช้แผ่นแปะจมูกกันอยู่ ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ได้ช่วยอะไร สะท้อนให้เห็นถึงความไร้สาระและจิตใจไม่เปิดกว้าง ผู้เชี่ยวชาญบางคนคิดว่า ความรู้สึกแง่บวกของนักปั่นเกิดขึ้นเมื่อได้ใช้แผ่นแปะจมูก พวกเขาบอกว่า ถ้าการใช้แผ่นแปะจมูก ทำให้คุณรู้สึกว่าสามารถปั่นได้ดีขึ้น คุณก็จะปั่นได้ดีขึ้นจริงๆ นักจิตวิทยาด้านกีฬาหลายคนแย้งว่า พลังของการคิดบวกเป็นกุญแจสู่การปั่นที่ดีขึ้นได้ ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับมุมมองนี้ ผมคิดว่ามันไม่ได้ผลแม้แต่นิดเดียว แถมคุณยังทำให้ตัวเองเป็นตัวตลกอีกด้วย การทำเช่นนี้ไม่ดีต่อภาพลักษณ์ของการปั่นจักรยาน คุณสามารถนำพลังงานของคุณไปใช้กับกีฬาในทางที่ดีกว่านี้  ทำให้การปั่นจักรยานเป็นอิสระจากอุปกรณ์ปลอมๆที่ใช้ในการปั่นจักรยาน และอย่าหลงเชื่อความคิดเห็นที่ไม่ฉลาด